7HD ร้อนออนไลน์

รวบสมาชิกแก๊งปลอมพันธบัตรรัฐบาล สูญ 4.5 ล้าน

วันนี้ (3 มิ.ย.63) พ.ต.อ.พัฒนา ฉายาวัฒน์ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (รอง ผบก.ปอศ. ) พร้อมด้วย นางแพตริเชีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (อธิบดี) และนายธีรเดช ลิขิตตระกูลวงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มกฎหมาย ตัวแทนจากกระทรวงการคลัง และคุณวราภรณ์ ศุภางคสน ผู้อำนวยการฝ่ายการชำระเงินและพันธบัตร ตัวแทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายสันตินันท์ หรือสิทธิ์ภาคิน เกิดสวัสดิ์  ผู้ต้องหากระทำความผิดฐาน "ร่วมกันทำปลอมขึ้นซึ่งพันธบัตรรัฐบาลหรือใบสำคัญสำหรับรับดอกเบี้ยพันธบัตรนั้น ๆ ตามประมวลกฎหมายอาญา ตามมาตรา 240 ประกอบมาตรา 83 โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณ ถนนหน้า ร้านกาแฟข้างโรงเรียนเทศบาล 6 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย

สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ออกตราสารหนี้พันธบัตรรัฐบาล และ ธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะ นายทะเบียนพันธบัตรรัฐบาล ได้ร่วมกันตรวจสอบพบการปลอมแปลงพันธบัตรรัฐบาล ตลอดจนร้องทุกข์กล่าวโทษ ดำเนินคดีตามกฏหมาย กับผู้ที่แอบอ้าง การนำพันธบัตร ที่มีการปลอมแปลงแล้วนำภาพถ่ายไปแอบอ้างว่าพันธบัตรรัฐบาล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือต่อการดำเนินธุรกิจ

ต่อมาธนาคารแห่งประเทศไทยได้รายงานการตรวจสอบพบภาพพันธบัตรปลอมดังกล่าวมายัง บก.ปอศ. เจ้าหน้าที่ จึงได้ทำการสืบสวนถึงแหล่งที่มาของภาพพันธบัตรปลอมดังกล่าว และพบว่ามีผู้ถูกจับกุม ซึ่งเป็นผู้ปล่อยเช่าพันธบัตรปลอมกับกลุ่มคนซึ่งทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยกลุ่มคนซึ่งได้ตกลงเช่าพันธบัตรรัฐบาลปลอมไปจากกลุ่มผู้ต้องหาได้นำภาพถ่ายพันธบัตรดังกล่าวไปตรวจสอบกับธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ออกพันธบัตรดังกล่าว ปรากฏว่าพันธบัตรที่ปรากฏในภาพมีการแต่งเติม ซึ่งแตกต่างกับฉบับจริงและทำให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะ

ด้านพ.ต.อ.สุมรภูมิ ไทยเขียว ผกก.4 บก.ปอศ.  เปิดเผยว่า การกระทำลักษณะนี้ สร้างความเสียหายรวมมูลค่ากว่า 4.5 ล้านบาท เบื้องต้น พบมีคนร้ายอยู่ในขบวนการประมาณ 3-4 คน แต่จากพยานหลักฐาน สามารถเชื่อมโยงจนนำไปสู่การออกหมายจับคนร้ายได้ 2 คน คือนายสันตินันท์ ทำหน้าที่เป็นเจ้าของพันธบัตร และ น.ส.หงส์หยก คลองศีลธรรม ทำหน้าที่เป็นนายหน้า ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว ทั้งนี้เชื่อว่า น่าจะมีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่ออีกหลายราย โดยหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะขยายผล เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.พัฒนา ได้ฝากเตือนไปยังประชาชนให้เฝ้าระวังพฤติการณ์ในลักษณะนี้ โดยขอให้ตรวจสอบกับธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนที่จะมีการร่วมลงทุนเป็นอันดับแรกเพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ