รอบรั้วรอบโลก

โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดสัปดาห์ฉลองวันชาติ เผยสหรัฐฯ รับมือโควิด-19 ได้ดี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ออกมากล่าวขณะเข้าร่วมพิธีเปิดสัปดาห์แห่งการเฉลิมฉลองวันชาติของสหรัฐฯ ซึ่งตรงกับทุกวันที่ 4 กรกฏาคม โดยเปิดเผยว่า ขณะนี้สหรัฐฯ เข้าใกล้สู่การควบคุมการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 แล้ว พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ รับมือกับการแพร่ระบาดได้ดีกว่าประเทศอื่น ๆ ในโลก ซึ่งรวมไปถึงการคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่รวดเร็ว จนทำให้เศรษฐกิจของประเทศกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง และมีอัตราการว่างงานที่น้อยกว่าประเทศอื่น ๆ ขณะเดียวกัน มีการเผยภาพ ประชาชนผู้เข้าร่วมพิธี ไม่มีการเว้นระยะห่างทางสังคม รวมไปถึงการสวมหน้ากากอนามัยแต่อย่างใด

ขณะที่ทางการท้องถิ่นประจำแคว้นคาตาโลเนีย ของสเปน ประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ในจังหวัดเยย์ดา (Lleida) ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ราว 200,000 คน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 4,000 คนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยจะไม่อนุญาตให้ประชาชนเดินทางเข้าและออกพื้นที่ ยกเว้นการเดินทางไปทำงาน รวมถึงห้ามประชาชนรวมกลุ่มกันมากกว่า 10 คน และจะมีการดำเนินมาตรการพิเศษ เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ภายในบ้านรู้สึกปลอดภัย

ด้านทางการอังกฤษ อนุญาตให้ผับ, ร้านทำผม, ร้านอาหารแบบรับประทานภายในร้าน รวมถึงพิธภัณฑ์และห้องสมุด สามารถกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งได้ในวันนี้ หลังถูกสั่งปิดนานกว่า 3 เดือน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม รวมถึงมาตรการด้านสาธารณสุขต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด

ขณะเดียวกัน กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสัตว์จำนวนมาก ออกมารวมตัวกันประท้วง บริเวณด้านหน้าโรงฆ่าสัตว์เทินนีส์ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตกอยเทอร์ชโลห์ (Guetersloh) รัฐนอร์ธ ไรน์-เวสต์ฟาเลิน (North Rhine-Westphalia) ประเทศเยอรมนี หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากโรงงานแห่งนี้ กว่า 1,300 คน โดยทางกลุ่มผู้ประท้วง ได้เรียกร้องให้โรงงานแห่งนี้ประกาศปิดตัวลง เพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว

ด้านครอบครัวและเพื่อนบ้าน ของชายอายุ 62 ปีชาวโบลิเวีย ที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ได้ออกมารวมตัวประท้วงบนถนนสายหนึ่ง พร้อมด้วยโลงศพที่ถูกห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำ ซึ่งภายในบรรจุร่างของชายคนดังกล่าว เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ด้านบริการสุขภาพและจัดการศพ นำศพไปฝังยังสุสาน ภายหลังทางครอบครัวผู้เสียชีวิต ต้องเก็บศพไว้ภายในบ้านของตนถึง 6 วัน โดยไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาจัดการดูแลแต่อย่างใด ซึ่งหลังเกิดการประท้วงได้เพียง 4 ชั่วโมง ก็มีเจ้าหน้าที่เข้ามานำศพไปฝังยังสุสานทันที

ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก ล่าสุดพุ่งขึ้นกว่า 11.28 ล้านคนแล้ว, เสียชีวิตกว่า 530,000 คน โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สหรัฐฯ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นกว่า 54,000 คน ซึ่งนับเป็นยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่มากกว่า 50,000 คน เป็นวันที่ 3 ติดต่อกันแล้ว โดยยอดสะสมอยู่ที่กว่า 2.9 ล้านคน ขณะที่ บราซิล พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นกว่า 41,000 คน ยอดสะสมอยู่ที่กว่า 1.5 ล้านคน และอินเดีย พบผู้ติดเชื้อเพิ่มกว่า 22,000 คน ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่พบการแพร่ระบาดครั้งแรกในประเทศ ขณะที่ยอดสะสมอยู่ที่กว่า 660,000 คน ส่วนรัสเซีย เป็นประเทศล่าสุด ที่มีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เกิน 10,000 คน