สนามข่าว 7 สี

แจงรายชื่อจับกุมคดียาเสพติดภาคใต้ 8 หน้ากระดาษ

รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ออกมาชี้แจงกรณีมีการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีการใส่รายชื่อตำรวจผู้ร่วมจับกุมมากถึง 285 รายชื่อ ในคดีเดียว

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีการจับกุมไอซ์ 250 กิโลกรัม ที่จังหวัดสงขลา จับกุมไอซ์กว่า 1,400 กิโลกรัม และเฮโรอีนอีก 8 กิโลกรัม ที่จังหวัดนราธิวาส มูลค่าของกลางหลายพันล้านบาท แต่ที่ทำให้เกิดข้อสงสัย คือ บันทึกจับกุม เฉพาะคดีจับไอซ์ 250 กิโลกรัม มีการพิมพ์รายชื่อพร้อมลายเซ็นผู้ร่วมจับกุมยาวถึง 8 หน้ากระดาษ แยกย่อยเป็นกว่า 20 หน่วยงาน จำนวนมากถึง 285 รายชื่อ จนมีผู้ไปตั้งข้อสังเกตว่า เพื่อให้ได้รางวัลนำจับหรือไม่

พลตำรวจตรี พรชัย เจริญวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ชี้แจงว่า คดีดังกล่าวใช้กำลังของเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน รวม ๆ แล้วมากกว่า 20 หน่วย เพราะเป็นคดีที่มีการสืบสวนติดตามมาหลายเดือน ตั้งแต่จังหวัดหนองคายจนถึงนราธิวาส เฉพาะของตำรวจอย่างเดียวก็มากกว่า 10 หน่วยงานแล้ว อาทิ ตำรวจภูธรภาค 1, ภาค 7, ภาค 8, ภาค 9, ตำรวจนครบาล, ตชด., ตำรวจน้ำ, ตำรวจทางหลวง และ ตม. นอกจากนี้ ยังมีกำลังของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส., ปปง., DSI, กรมการปกครอง และหน่วยทหารมากกว่า 5 หน่วย ซึ่งหลังจับกุมได้แจ้งให้หน่วยงานต่าง ๆ ส่งรายชื่อของผู้ปฏิบัติงานเพื่อลงท้ายบันทึกการจับกุม แต่ละหน่วยก็ส่งรายชื่อผู้ปฏิบัติงานตามที่เห็นเป็นข่าว

ส่วนเจ้าหน้าที่ในรายชื่อทั้ง 8 หน้ากระดาษ จะทำงานจริงหรือไม่นั้น เชื่อว่าทุกคนมีส่วนในการทำงานทั้งสิ้น หรือหากมีการแอบอ้างรายชื่อ ก็เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีในชั้นศาล เพราะเคยมีบางกรณีที่ทนายความจำเลย หรืออัยการ ต้องการสอบปากคำบุคคลที่มีรายชื่อท้ายบันทึกจับกุม ก็ต้องไปให้การ หากไม่ได้ปฏิบัติงาน แล้วลงรายชื่อก็จะถูกดำเนินคดีได้

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องเงินรางวัลนำจับ ขอชี้แจงว่า ตามระเบียบไม่ว่าของกลางจะมีมูลค่า 10 ล้านบาท หรือ 100 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะมีส่วนแบ่งในมูลค่ายาเสพติดเพียง 2 ล้านบาท เท่านั้น โดย 2 ล้านบาทนี้ จะต้องนำไปเฉลี่ยให้กับผู้ที่มีรายชื่อท้ายบันทึกจับกุม ซึ่งแต่ละคนจะได้เงินรางวัลประมาณ 2,000-5,000 บาท 

ทั้งนี้ เตรียมที่จะจำกัดรายชื่อของเจ้าหน้าที่ในท้ายบันทึกจับกุมให้แต่ละหน่วยส่งรายชื่อไม่เกิน 5 รายชื่อ เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา แต่อยากชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า คดียาเสพติดเป็นคดีที่ต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ในการทำงานเป็นจำนวนมาก และหากไม่ให้เจ้าหน้าที่หน่วยใดที่ช่วยทำงานลงชื่อที่ท้ายคำร้อง การทำงานในคดีอื่น ๆ ก็อาจมีผลตามมา