สนามข่าว 7 สี

ชายอายุ 59 ปี แจ้งความอดีตแฟนสาวอายุ 36 ปี งัดห้องเช่า ขโมยทรัพย์สิน

ชายอายุ 59 ปี วอนตำรวจติดตามตัวอดีตแฟนสาว หลังงัดห้องเช่าขโมยทรัพย์สิน และพระเครื่องหลบหนีไป

แจ้งความอดีตแฟนสาวขโมยทรัพย์สิน จ.ระยอง
นายนิยม สุขเทศ อายุ 59 ปี เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดี หลังก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.มาบตาพุด จังหวัดระยอง ให้ติดตามตัวหญิงอายุ 36 ปี อดีตคนรักที่ก่อเหตุงัดห้องเช่า ในอำเภอมาบตาพุด ขโมยทรัพย์สินมีค่า โทรทัศน์ พัดลม และพระเครื่อง ซึ่งเป็นมรดกตกทอดหลบหนีไป โดยนายนิยมได้นำสมุดบันทึกเรื่องราวความรักของเขา ที่เขียนถึงแฟนสาวมามอบให้กับตำรวจ เพื่อใช้เป็นเบาะแสในการติดตามตัว

ผู้เสียหาย เล่าว่า เขาและหญิงอายุ 36 ปี คบหากันมานาน 3 ปี ที่ผ่านมาเลี้ยงดูอย่างดี พร้อมเปิดร้านคาราโอเกะให้ดูแล แต่ช่วงที่โรคโควิด-19 แพร่ระบาดได้หยุดกิจการชั่วคราว โดยหญิงคนรักบอกว่าจะกลับไปภูมิลำเนาที่จังหวัดอุดรธานีสักพัก แต่เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน มีเพื่อนบ้านเห็นว่า หญิงอายุ 36 ปี นั่งรถกระบะคันหนึ่งเข้ามาที่ห้องเช่า ก่อนจะนำทรัพย์สินขึ้นรถกระบะไป เขาพยายามโทรศัพท์ไปหาก็ไม่สามารถติดต่อได้

พนักงานสอบสวน สภ.มาบตาพุด เปิดเผยว่า เรื่องความรักถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ความผิดทางกฎหมาย ก็ต้องยึดตามพยานหลักฐาน เบื้องต้นได้ประสานขอภาพจากกล้องวงจรปิดจากร้านสะดวกซื้อ ที่ตั้งอยู่ปากซอยตรงข้ามห้องเช่า เพื่อตรวจสอบรถกระบะที่เข้ามาขนย้ายทรัพย์สิน ก่อนจะรวบรวมหลักฐานดำเนินคดี

รวบทันควัน คนร้ายขโมยหน่อไม้ชาวบ้าน จ.ขอนแก่น
ที่จังหวัดขอนแก่น ตำรวจชุมแพจับกุมตัวนายธีรเดช หาญเวียง อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ หลังเข้าไปขโมยหน่อไม้ ในสวนของของนายบุญทัน ฮาดชัย พื้นที่ตำบลชุมแพ อำเภอชุมแพ โดยสามารถจับกุมได้ขณะที่กำลังก่อเหตุ พร้อมของกลางหน่อไม้ 1 กระสอบ

สอบสวนผู้ต้องหา พบว่าเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้เข้าไปในบ้านพักของนายสมเกียรติ เสิกภูเขียว ขโมยข้าวเปลือกจำนวน 7 กระสอบ ซึ่งกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ ตำรวจจึงใช้เป็นเบาะแสสืบหาคนร้าย กระทั่งมาก่อเหตุขโมยหน่อไม้ของชาวบ้าน แต่คราวนี้ไม่รอด ถูกจับได้คาหนังคาเขา ทั้งนี้ผู้ต้องหาอ้างว่าตนเองมีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง แต่รายได้ไม่พอใช้ จึงขโมยข้าวเปลือกของชาวบ้านไปขาย นำเงินมาซื้อสุราดื่ม และใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ตำรวจแจ้งข้อหานายธีรเดช ฐานลักทรัพย์ในเคหะสถาน ก่อนนำตัวส่งฟ้องศาลจังหวัดชุมแพ

ชายกุเรื่องถูกจี้ชิงทรัพย์ ที่แท้เล่นพนันจนหมดตัว จ.นครปฐม
ที่จังหวัดนครปฐม เป็นบทเรียนสำหรับคนสร้างเรื่องโกหก สุดท้ายต้องถูกดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จ

คดีนี้สืบเนื่องจาก ชายอายุ 29 ปี อาชีพรับจ้างโรงงานชำแหละเนื้อหมู โทรศัพท์แจ้งสายด่วน 191 ว่ามีคนร้ายสวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ ขี่รถจักรยานยนต์ประกบ แล้วใช้ก้อนหินทุบศีรษะ ชักอาวุธปืนข่มขู่ ก่อนชิงทรัพย์สิน โทรศัพท์มือถือ บัตรเอทีเอ็ม และเงินสดกว่า 200,000 บาท ที่เพิ่งไปกดมาหลบหนีไป เหตุเกิดบริเวณถนนเลียบคลองประปา ตำบลมาบแค อำเภอเมืองนครปฐม

หลังเกิดเหตุตำรวจ สภ.สามควายเผือก ลงพื้นที่สืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสอบปากคำผู้เสียหาย แต่พบพิรุธหลายอย่าง และพยานหลักฐานไม่สอดคล้องกัน จึงเค้นสอบถามข้อเท็จจริง จนสุดท้ายชายอายุ 29 ปี ยอมรับว่าตนเอง นำเงินจำนวนดังกล่าวไปเล่นการพนันออนไลน์จนหมดตัว เกรงว่านายจ้างและครอบครัวจะต่อว่า จึงสร้างเรื่องขึ้นมาว่าถูกคนร้ายชิงทรัพย์ไป

ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนดำเนินคดี ข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าหน้าที่พนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นและประชาชนเสียหาย, แจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่เจ้าพนักงานสอบสวน