เช้าข่าว 7 สี

แรงงานรุ่นใหม่ วัยก่อหนี้เสีย-กู้นอกระบบ หวั่นกลายเป็นปัญหาสังคม

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว เห็นได้จากตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคหลังคลายล็อกดาวน์ ยังต่ำกว่าครึ่ง อยู่ที่ระดับ 41.4  ประชาชนส่วนใหญ่มองว่าภาวะเศรษฐกิจอยู่ในระดับแย่ และขาดความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รวมทั้งมีความกังวลสูงเกี่ยวกับการว่างงานและรายได้ในอนาคตจากผลกระทบโรคโควิด-19 ซึ่งสถานการณ์เลิกจ้างงานขยายวงกว้างขึ้น

โดยพบว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ อายุ 15-39 ปี ที่มีประมาณ 5,000,000 คน มีอัตราเงินเดือนเฉลี่ย 10,000-20,000 บาทต่อเดือน และไม่ใช่พนักงานที่มีรายได้ประจำ เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะก่อหนี้เพิ่ม เนื่องจากรายได้ไม่พอต่อรายจ่าย หลายธุรกิจมีการลดเวลาทำงาน ส่งผลต่อรายได้ของแรงงาน เป็นกลุ่มเสี่ยงกลุ่มแรกที่นายจ้างจะเลิกจ้างงาน และเนื่องจากกลุ่มนี้ไม่ค่อยมีเงินออม หากถูกเลิกจ้างจะมีปัญหาเรื่องรายได้ไม่พอรายจ่ายทันที ทำให้ต้องไปกู้นอกระบบในอัตราดอกเบี้ยสูง ปัญหาสะสมไปเรื่อยๆ จะกลายเป็นปัญหาสังคมได้

นอกจากนี้ ร้านค้าที่กลับมาเปิดให้บริการ ยอดขายปัจจุบันยังติดลบถึง 20% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท เนื่องจากรายได้หลักมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งการปิดประเทศ ทำให้รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปเดือนละกว่า 250,000 ล้านบาท รวมถึงการส่งออกที่ติดลบหนัก เนื่องจากหลายประเทศยังไม่เปิดพรมแดน ทำให้ผู้บริโภคยังชะลอการใช้จ่ายไปอีก 8-10 เดือน คาดว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวในปีหน้า ช่วงไตรมาส 1 ถึง 2