7HD ร้อนออนไลน์

ป่วยพุ่งไม่หยุด! ชาวอเมริกันติดเชื้อทะลุ 3 ล้านคน

วันนี้ (7 ก.ค.63) เว็บไซต์ Worldometer ซึ่งรายงานข้อมูลยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยรวบรวมข้องมูลจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ล่าสุดพบยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกกว่า 11. 7 ล้านคน เสียชีวิตแล้วกว่า 540,000 คน สหรัฐอเมริกามียอดผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สหรัฐฯ กลับมามีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นแตะวันละ 50,000 คน ทำให้ผู้ป่วยมะสมพุ่งกว่า 3,040,000 คน เสียชีวิตแล้วกว่า 132,000 คน รองลงมาเป็นบราซิลพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มกว่า 20,000 คน ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 1,620,000 คน ยอดผู้เสียชีวิตทะลุกว่า 65,000 คน และที่อินเดียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มกว่า 22,000 คน ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 720,000 คน และเสียชีวิตกว่า 20,000 คน

นพ.แอนโทนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติของสหรัฐฯ ระบุว่าสถานการณ์ในสหรัฐฯ ขณะนี้ไม่ค่อยสู้ดีนัก ที่ไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จากการคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่เร็วเกินไปได้ โดยยอดผู้ติดเชื้อจากการแพร่ระบาดระลอกแรกยังพุ่งขึ้นต่อเนื่องไม่หยุด และจากการคลายล็อกดาวน์ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก จากยอดผู้ติดเชื้อเฉลี่ยวันละ 20,000 คน พุ่งขึ้นสูงที่สุดถึงกว่า 57,000 คน และมีการเปรียบเทียบกับหลายประเทศในยุโรป ว่าทางฝั่งยุโรปมีการจัดการที่ดีกว่ามาก

ขณะที่นางไคชา แลนซ์ บ็อททอมส์ นายกเทศมนตรีนครแอตแลนตา โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า เธอติดเชื้อโควิด-19 แบบไม่แสดงอาการ และจะกักตัวที่บ้านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ต่อไป โดยในเดือนนี้เธอได้ตรวจหาเชื้อไปแล้ว 2 ครั้งด้วย

ส่วนที่นครนิวยอร์กซึ่งเข้าสู่การคลายมาตรการล็อกดาวน์ขั้นที่ 3 เมื่อวานนี้ มีการอนุญาตให้ร้านทำเล็บเปิดบริการและอนุญาตให้ประชาชนพาสัตว์เลี้ยงออกมาเดินเล่นได้ ขณะที่ร้านอาหารแบบนั่งรับประทานภายในร้านแบบปิด ยังคงไม่อนุญาตให้เปิดบริการ แต่ให้นั่งรับประทานนอกร้านได้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคระลอกใหม่

ขณะที่นครชิคาโกออกกฎให้ผู้ที่เดินทางมาจาก 15 รัฐ ได้รัฐแอละแบมา แอริโซนา แคลิฟอร์เนีย ฟลอริดา จอร์เจีย ไอดาโฮ ลุยเซียนา มิสซิสซิปปี้ นอร์ทแคโรไลนา เซาท์แคโรไลนา เนวาดา เทนเนสซี เทกซัส และยูทาห์ ต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ยกเว้นได้รับการตรวจโรคแล้วว่าไม่พบเชื้อโควิด-19 ซึ่งข้อบังคับนี้ยังครอบคลุมถึงพลเมืองของนครชิคาโกด้วย หากไม่ปฏิบัติตามจะถูกปรับวันละ 100 ถึง 500 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 3,100 บาท ถึง 15,000 บาท หรือทั้งหมดกว่า 7,000 เหรียญสหรัฐฯ ขึ้นไป หรือราว 217,000 บาท

ส่วนประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนาโร ของบราซิล ได้เข้ารับการตรวจโรคโควิด-19 อีกครั้ง และไม่พบเชื้อแต่อย่างใด หลังสื่อท้องถิ่นรายงานว่านายฌาอีร์ โบลโซนาโร มีอาการของโรคดังกล่าว โดยเขากล่าวว่าปอดของเขาสะอาด และยังสั่งประชาชนให้อยู่ห่างจากตัวเขาอีกด้วย

ขณะที่ร้านอาหาร สถานบันเทิงและร้านเสริมสวย ในนครเซาเปาลูของบราซิล กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง แม้ว่ายอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในเมืองนี้ยังคงพุ่งสูงต่อเนื่อง ส่วนโรงเรียนเอกชนในนครมาเนาส์และดูกีจีกาเชียส กลับมาเปิดการเรียนการสอนอีกครั้ง โดยมีการจำกัดจำนวนนักเรียนต่อห้อง และมีมาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด ขณะที่ โรงเรียนรัฐบาลยังคงปิดการเรียนการสอนต่อไป