7HD ร้อนออนไลน์

3 ชาวบ้านเก็บเห็ดประทังชีวิต ถูก หน.หน่วยราชการแจ้งจับ

พันตำรวจเอกเทพพิทักษ์ แสงกล้า ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมือง จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยพันตำรวจโทธานินทร์ อินทร์กอง รองผู้กำกับการ (สอบสวน) และร้อยตำรวจเอกธีระศักดิ์ แก้วคำ พนักงานสอบสวนและนายสุรนนท์ นนทา ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองศรีสะเกษ ตัวแทนนายอำเภอเมืองศรีษะเกษ ร่วมกันสอบปากคำนางสาวทัศศอร(สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี,นางปราณี(สงวนนามสกุล)อายุ 63 ปี และนางบุญมี(สงวนนามสกุล)อายุ 59 ปี ทั้งหมดเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกัน ในตำบลตองปิด อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ  ซึ่งถูกนายประธาน ตันรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดศรีสะเกษแจ้งความดำเนินคดี ในข้อหาบุกรุกในพื้นที่สถานีเพาะชำกล้าไม้ จังหวัดศรีสะเกษ ฐานลักลอบเก็บเห็ดโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเหตุการณ์เกิดเมื่อวานนี้( 8 กรกฎาคม 2563) เวลา 11.00 น.

โดยเมื่อชาวบ้านทั้ง 3 คนมาถึงโรงพัก ผู้แทนนายอำเภอเมืองศรีสะเกษและตำรวจ ได้พยายามไกล่เกลี่ยขอร้องไม่ให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา แต่นายประธานไม่ยินยอมและทำหนังสือราชการแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลทั้งสาม

นางสาวทัศศอร (สงวนนามสกุล)หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา เล่าว่า เมื่อพบกับเจ้าหน้าที่ได้บอกไปว่าพวกตนยังไม่ได้เก็บเห็ดในป่าในนี้และที่นี่ไม่มีเห็ดจึงจะกลับออกไป แต่เจ้าหน้าที่กล่าวหาว่าพวกตนเถียง ไม่ให้ความร่วมมือและพิกัดที่เข้าไปเดินหาเห็ดอยู่แถวใกล้ๆ ทางถนนใหญ่ แต่ย่าที่มาด้วยกันหลงเข้าไปในป่าลึก พวกตนไม่รู้ว่า สถานที่เข้าไปนี้ห้ามเข้าเพราะไม่มีป้ายอะไร ทั้งนี้พวกตนเดือดร้อน เพราะได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ทำให้ขาดรายได้ไม่มีเงินจะซื้อกินจึงมาหาเก็บเห็ดไปทำอาหารแต่กลับมาถูกแจ้งจับ

พันตำรวจเอกเทพพิทักษ์ แสงกล้า ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ กล่าวว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นชาวบ้านจากอำเภอน้ำเกลี้ยง ไม่ใช่คนในอำเภอเมืองที่ต้องเดินทางไกลมาหาเก็บเห็ดป่าเพื่อนำไปประกอบอาหารและเห็ดที่เก็บได้เรียกว่าเห็ดขมซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยกรณีดังกล่าว หากสืบสวนสอบสวนแล้วข้อเท็จจริงพบว่าไม่ผิดไม่ครบองค์ประกอบความผิด และไม่ได้มีเจตนาที่จะไปบุกรุก หรือหลักฐานไม่เพียงพอ พนักงานสอบสวนจะรีบดำเนินการสั่งไม่ฟ้อง

หากสอบสวนแล้วมีเจตนาบุกรุกเข้าไปรบกวนสิทธิ์คนอื่น หลักฐานครบจะดำเนินการส่งฟ้อง ตามหลักความยุติธรรมแต่ในชั้นนี้พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อเท็จจริงตามที่ผู้เสียหายมาแจ้งให้ทราบเท่านั้น โดยยังไม่แจ้งข้อหาใดๆ และชาวบ้านทั้ง 3 คนนี้ ยังไม่ได้ถูกตำรวจจับกุมตัวและยังไม่ต้องเข้าห้องควบคุม โดยหลังเสร็จสิ้นการสอบปากคำจะปล่อยตัวชาวบ้านทั้ง 3 คนกลับบ้านไป และจะนัดหมายให้มาให้ปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่งต่อไป