7HD ร้อนออนไลน์

ทุกข์ของแม่ เคราะห์ของลูก จ้างคนเลี้ยงถูกทำร้ายเลือดคั่งสมอง

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 63 ที่ผ่านมา น.ส.โม (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี อาชีพขายเครื่องสำอางออนไลน์ เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.เทพพิทักษ์ สินสิบภูมี รองสารวัตร(สอบสวน) สน.ดอนเมือง เนื่องจาก น้องสกาย ลูกชายวัย 2 ขวบครึ่ง ที่ไปจ้าง น.ส.รุ่งทิพย์ (ขอสงวนนามสกุล) ถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส มีรอยฟกช้ำตามร่างกาย และเลือดคั่งในสมอง รักษาตัวอยู่ที่ห้องอซียู รพ.ภูมิพล

น.ส.โม เปิดเผยกับ สถานีหมายเลข 7 ว่า เหตุเกิดขึ้นวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา เวลาบ่าย 3 น.ส.รุ่งทิพย์ โทรมาแจ้งว่าลูกไม่สบาย อยู่คลินิก มีอาการอ้วก กินนมแล้วอ้วก เมื่อไปถึงตนใจแทบสลาย เห็นสภาพลูกหมดสติ ตัวแข็งซีดเขียว ทางคลิกนิกก็โทรตามรถพยาบาล 1669 เพราะทางพี่เลี้ยงเองก็ให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน พอรถรับมาส่ง รพ.ภูมิพลก็รีบนำน้องเข้าห้องสแกนสมอง

หลังจากสแกนหมอก็เรียก น.ส.โมไปพบเพื่อพูดคุย โดยแจ้งว่า ต้องทำการผ่าตัดด่วน เพราะมีเลือดออกในสมองเยอะมาก ยิ่งทำให้ตนตกใจ คิดไม่ถึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนถึงตอนนี้ผ่านมาแล้ว 11 วัน น้องยังไม่ได้สติ เพิ่งลืมตาได้ แต่ยังไม่รับรู้อะไร
ตอนนี้ได้แต่ภาวนาขอให้ลูกฟื้นกลับคืนมา

น.ส.โม เผยอีกว่า ที่ตัดสินใจเอาลูกไปจ้าง น.ส.รุ่งทิพย์ เลี้ยง เนื่องจากมีเสียงพูดต่อๆกันมาปากต่อปากว่าเลี้ยงดี ดูแลเด็กดี โดยตนมีลูกชาย 2 คน น้องสกายที่บาดเจ็บเป็นคนโต อายุ 2 ขวบ 6 เดือน ส่วนน้องสเก็ต ลูกคนเล็กอายุ 1 ขวบ 6 เดือน ซึ่งตนก็เอาไปจ้างเลี้ยงกับ น.ส.รุ่งทิพย์ ทั้ง 2 คน โดยเอาคนเล็กไปจ้างเลี้ยงก่อน ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค. 63 ซึ่งเป็นการฝากเลี้ยงให้กินนอนอยู่กับเขาตลอดเลย ก็ไม่มีปัญหาอะไร มีอะไรทางพี่เลี้ยงก็แจ้งให้ทราบตลอด ส่วนน้องสกายลูกชายคนโต เพิ่งจะเอาไปจ้างเลี้ยงวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อรอเข้าโรงเรียนชั้นเตรียมอนุบาลในวันที่ 1 ก.ค. ซึ่งเป็นวันเปิดเทอม

สาเหตุที่ต้องนำลูกไปจ้างเลี้ยง เนื่องจากต้องทำงานหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ค่าเลี้ยงดูลูก โดยจ้างเลี้ยงตกเดือนละ 6,000 บาทต่อคน พอเกิดเรื่องกับลูกชายคนโต ทั้งที่ตั้งใจฝากเลี้ยงเพียงครึ่งเดือน วันที่ 1 ก็จะเข้าโรงเรียนแล้ว แต่ก็มาเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน  และรับลูกคนเล็กกลับมาให้แม่สามีช่วยดูแลให้ เพราะกลัวเขาจะทำร้ายลูกของตนอีกคน

น.ส.โม เผยต่อว่า หลังเกิดเรื่อง น.ส.รุ่งทิพย์คนก่อเหตุได้ส่งข้อความมาเพื่อขอไกล่เกลี่ยแสดงความรับผิดชอบ โดยจะชดใช้ค่าเสียหาย เรียกเงินเท่าไหร่จะจ่ายให้ แต่ต้องรอเปียแชร์ได้ก่อน นอกจากนี้ในข้อความยังบอกว่า หากถูกตำรวจจับก็ไม่ได้จ่ายให้ ซึ่งตนขอยืนยันไม่ยอมความ จะเอาเรื่องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด พร้อมกับเรียกร้องค่าเสียหายด้วย เพราะค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นแล้ว ค่ารักษาน้องไม่รู้เท่าไหร่ หรือนานแค่ไหนกว่าน้องจะฟื้นหายเป็นปกติ ไหนจะค่ารถที่ตนต้องมาเยี่ยมลูกที่โรงพยาบาลทุกวัน

ยิ่งได้ยินคำสารภาพของน.ส.รุ่งทิพย์ ที่ให้การกับตำรวจยอมรับว่ามีการตี และบีบคอลูกของตนจริง ยิ่งทำให้ตนยอมไม่ได้ และเขายังไม่สะทกสะท้าน ขณะถูกจับแจ้งข้อหา ยังมีหน้าโพสต์เฟซบุ๊กประกาศรับเลี้ยงเด็กอีก จึงหวังว่าตำรวจจะดำเนินการเอาผิดลงโทษให้ถึงที่สุดด้วย แต่ตอนนี้ไม่หวังอะไรมาก หวังแค่ให้ลูกฟื้นคืนมา จะเป็นปกติเหมือนเดิมหรือไม่เป็นเรื่องอนาคต และหมอก็บอกว่าหากฟื้นก็จะต้องทำกายภาพบำบัด เพราะน้องหมดสติไปนาน

หลังจากนี้คงไม่กล้าที่จะไปจ้างใครเลี้ยงลูกให้อีกแล้ว เพราะกลัวจะไม่ปลอดภัย ถ้าลูกรักษาหาย หรืออกจากโรงพยาบาลได้ก็จะเอากลับบ้านที่ต่างจังหวัด ให้แม่ช่วยดูแลให้ ส่วนตนก็จะตั้งใจทำงานหาเงินส่งค่าเลี้ยงดูไปให้ ฝากเป็นอุทหรณ์ เชื่อว่าหลายคนคงอยู่ในสภาพแบบตนที่เอาเวลาไปทำงานหาเงิน ส่วนลูกก็เอาไปจ้างเลี้ยง โชคดีเจอคนดีก็ดีไป แต่ตนโชคร้ายลูกชายถึงต้องมารับเคราะห์หนักแบบนี้

ด้าน ร.ต.อ.เทพพิทักษ์ เผยว่า ได้เรียก น.ส.รุ่งทิพย์มาสอบปากคำแล้วหลายครั้ง ก่อนให้การรับว่าได้ทำการตีเด็กจริง เพราะเด็กดื้อ ร้องไม่หยุด บอกไม่ฟัง ตีที่แขนและขา แต่ไม่แรง และมีการบีบคอ ส่วนเลือดคั่งในสมองอ้างว่าไม่ได้ทำ เป็นเด็กลื่นล้มหงายหลังหัวไปฟาดกับฐานชักโครก เนื่องจากเด็กอ้วก จึงพาไปล้างตัว ระหว่างฉีดน้ำล้าง สระผมให้เด็กได้เกร็งแล้วก็หงายหลัง

อย่างไรก็ตามต้องรอผลแพทย์อย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งผลตอนนี้เป็นเพียงผลเบื้องต้น เพราะกระบวนการรักษายังไม่สิ้นสุด รวมทั้งรอผลการตรวจดีเอ็นเอ ตรวจลอยนิ้วมือของฝั่งผู้ต้องหาด้วย จึงมีการนำตัวไปชี้จุดเกิดเหตุประกอบสำนวนไว้แล้ว เบื้องต้นแจ้งความผิด 2 ข้อหา ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายบาดเจ็บสาหัส และ กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส

นอกจากนี้ ร.ต.อ.เทพพิทักษ์ ระบุว่า การแจ้งข้อหาดังกล่าวไม่มีการควบคุมตัว เพียงแต่ให้มารายงานตัวทุกวัน เวลา 09.00 -10.00 น. ส่วนข้อหาอื่นเพิ่มเติมอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานว่ามีหรือไม่ เช่นเปิดสถานประกอบการรับเลี้ยงเด็กโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.เด็ก ส่วนการสรุปสำนวนส่งฟ้องคาดว่าน่าจะให้เวลาอย่างช้า 1 เดือนครึ่ง