ห้องข่าวภาคเที่ยง

เงินฝากในระบบธนาคารเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่หนี้เสียพุ่ง

ด้าน นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยยอดเงินฝากของธนาคารกรุงเทพ สิ้นเดือนพฤษภาคม อยู่ที่ 2.5 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นหากเทียบกับสิ้นปีก่อน ที่เงินฝากอยู่เพียง 2.3 ล้านล้านบาท ขณะที่เงินฝากในระบบธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากช่วงนี้นักลงทุนต้องการลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอน หรือมีความระมัดระวังการขยายกิจการ หรือลงทุนในการทำธุรกิจใหม่ๆ ทำให้มีการนำเงินมาฝากในระบบธนาคารพาณิชย์สูงขึ้น

ด้านธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่าสภาพคล่องในระบบธนาคารพาณิชย์ถือว่ายังค่อนข้างล้น เนื่องจากนักลงทุนชะลอการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ และนำเงินเหล่านี้มาฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์เพื่อหนีความเสี่ยง โดยตั้งแต่ต้นปี จนถึงปัจจุบันปริมาณเงินฝากเพิ่มขึ้นราว 3-4% หรือมีเงินฝากอยู่ประมาณ 2.16 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงสิ้นปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 1.99 แสนล้านบาท

ด้าน นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ยอดเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบปีนี้ จะเติบโตที่ระดับ 9-12 % หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 1.4 ล้านล้านบาท ทำให้เงินฝากคงค้างในระบบธนาคารพาณิชย์ สิ้นปีอยู่ที่ 14.6 ล้านล้าน ซึ่งเป็นระดับที่มากสุดในรอบ 9 ปีนับจากปี 2555       

ขณะที่แนวโน้มหนี้ NPL หรือหนี้เสียในกลุ่มลูกค้ารายย่อยยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง เฉพาะธนาคารออมสิน มีหนี้ค้างชำระแต่ยังไม่เป็น NPL 300,000 บัญชี ประมาณ 70,000 ล้านบาท เป็นส่วนที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ และหนี้ NPL เดิม อีก 400,000 บัญชี จำนวน 65,000 ล้านบาท ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างเร่งบริหารหนี้เสียออกไปให้เร็วที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง