เกาะกระแสออนไลน์

เตือนแล้วนะ! ทนายชี้ แอบเช็กโทรศัพท์แฟน เสี่ยงคุก 2 ปี ปรับ 40,000 บาท

เมื่อวานนี้ (12 ก.ค.63) ที่เพจ "สายตรงกฎหมาย" โดยทนายรัชพล ศิริสาคร ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ได้แชร์ข้อมูลกฎหมายน่ารู้ เกี่ยวกับกรณีการลักลอบ-แอบดูข้อมูลในโทรศัพท์ของผู้อื่น ไม่เว้นแม้แต่แฟน สามี หรือภรรยา ก็ตามนั้นถือเป็นความผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยทนายรัชพล ระบุข้อความว่า

การแอบดูโทรศัพท์ของแฟนหรือของผู้อื่น กฎหมายไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงว่าเป็นความผิด แต่มันจะเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พรบ คอม เพราะเจ้าโทรศัพท์สมัยนี้มันดันเป็นสมาทโฟนซะเกือบหมดแล้ว ดังนั้น พรบ คอม มันจึงเข้ามาคุ้มครองการแอบเข้าไปดูข้อมูลโทรศัพท์เหล่านี้ด้วย
.
กรณีที่มีการล็อครหัสไว้ พฤติกรรมการเข้ารหัสโทรศัพท์ของแฟนหรือของคนอื่น อาจเข้าข่ายเป็นการเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นก็ไม่ได้มีไว้สำหรับตน ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์โดยหากมีการเอาโทรศัพท์แฟนมาดูโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเค้าตั้งรหัสไว้แล้วเราแอบปลดรหัสเข้าไปส่อง ก็อาจเข้าข่ายมีความผิดได้ ซึ่งต้องดูเป็นกรณีไป
.
ในยุคที่โซเชียลกำลังมาแรง ดูแล้วอะไรๆ ก็สะดวกสบายไปซะหมด จนเราลืมไปแล้วว่า มันมีกฎหมายมาควบคุมตรงนี้ด้วย ถ้าเป็นเพื่อนกัน เป็นคู่รักกัน และยังรักกัน อะไรๆ ก็ดีไปหมด แต่เมื่อไรที่ความรักมันหมดลง กฎหมายมันจะถูกเอามาใช้บังคับทันที การดูโทรศัพท์คนอื่นจึงต้องระวังกันให้มาก
.
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ใช้ในกรณีที่เป็นสมาทโฟนเท่านั้น โทรศัพท์รุ่นเก่าๆ ที่ไม่ใช่สมาทโฟน ก็ไม่เป็นความผิดตาม พรบ คอม เพราะโทรศัพท์รุ่นเก่าๆ มันไม่ใช่คอมพิวเตอร์นั่นเอง
.
เรื่องพวกนี้ ไม่ต้องรอตำรวจมาจับ แต่ถ้าคุณรู้แล้ว ก็ไม่ควรทำผิดกฎหมายต่อไป

พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

มาตรา 3 “ข้อมูลคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูล ข้อความ คำสั่ง ชุดคำสั่งหรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ และให้หมายความรวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย
.
มาตรา 7 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอรที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สําหรับตน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ


เรียบเรียงข้อมูลโดย CH7HD Social News
ขอบคุณข้อมูลจาก เพจเฟซบุ๊ก สายตรงกฎหมาย
ขอบคุณภาพประกอบจาก 
@olegmagni / unsplash

ข่าวที่เกี่ยวข้อง