เจาะประเด็นข่าวค่ำ

มูลนิธิเด็กฯ จี้เอาผิดสื่อละเมิดสิทธิ มอมเมาประชาชน จากมหากาพย์ คดีน้องชมพู่

ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของเรื่องราวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม “น้องชมพู่” เด็กหญิงอายุ 3 ขวบหายตัวปริศนาออกจากบ้านพักใน อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร สื่อมวลชนเกาะติดการระดมกำลังปูพรมค้นหา รวมถึงการทำพิธีตามความเชื่อทางไสยศาสตร์

14 พฤษภาคม “ลุงพล” ซึ่งเป็นลุงเขยของเด็กหญิง ร่วมกับชาวบ้าน ตามจนพบศพน้องชมพู่ ในสภาพเปลือยกาย บริเวณภูเขาห่างจากบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร สื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่าครอบครัวตั้งข้อสงสัย ไปที่ชายสติไม่สมประกอบที่เคยมาเล่นกับเด็กหญิงและหายออกจากหมู่บ้านไป

15 พฤษภาคม ตำรวจส่งศพ “น้องชมพู่” ชันสูตรครั้งแรกที่โรงพยาบาลในจังหวัดอุบลราชธานี ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายและการร่วมเพศ ส่วนสาเหตุการตายไม่สามารถระบุได้เนื่องจากสภาพศพเริ่มเน่า

18 พฤษภาคม โรงพยาบาลตำรวจ ระบุสาเหตุการตายหลังชันสูตรครั้งที่ 2 พบบาดแผลตามร่างกายเด็กหญิงเพิ่มเติม แต่ไม่มีการระบุว่าเด็กถูกทำร้ายหรือมีการร่วมเพศ สรุปผลจึงไม่ได้ขัดแย้งกันการชันสูตรครั้งแรก

19 พฤษภาคม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร มีการนำกำลังตำรวจค้นหาหลักฐาน โดยพนักงานสอบสวนในพื้นที่ยังคงสอบปากคำบุคคลแวดล้อม และขอให้รอผลอย่างชัดเจน

ขณะที่สื่อมวลชนนำเสนอข้อมูลผู้ต้องสงสัย ทั้งจากตำรวจ ชาวบ้าน และการทำพิธีทางไสยศาสตร์เจาะลึกเป็นรายคน โดยมีผู้ต้องเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีทั้งคนต่างพื้นที่ คนในหมู่บ้าน คนเร่ร่อนและคนในครอบครัวเด็กหญิงเอง ซึ่งมีส่วนหนึ่งถูกนำตัวไปสอบปากคำจริง

ปลายเดือนพฤษภาคม จนถึงเดือนมิถุนายนแทบไม่มีการเปิดเผยความคืบหน้าทางคดีจากตำรวจ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการลงพื้นที่เพื่อหาพยานหลักฐานและการสอบปากคำ โดยยืนยันว่ามีการคัดแยกกลุ่มผู้ต้องสงสัยเอาไว้แล้ว แต่ยังคงไม่ตัดประเด็นหรือบุคคลใด

ขณะเดียวกันสื่อมวลชนยังคงมีการนำเสนอข่าว “น้องชมพู่ อย่างต่อเนื่องในประเด็นอื่นๆ จนเกิดกระแสดรามารายวัน โดยเฉพาะประเด็นทางไสยศาสตร์ ทั้งร่างทรงที่ออกมาชี้ลักษณะผู้ต้องสงสัย หมอธรรม- หมอชาวบ้านนิมิตจุดที่น่าจะพบหลักฐานทางคดี ความลี้ลับในพิธีเก็บอัฐิ หมอตาทิพย์ทำนายเส้นทางก่อเหตุ ไปจนถึงพระจากสำนักต่างๆ ซึ่งมีการเดินทางไปถึงจุดพบศพ เพื่อเข้าทรง ทำนายสาเหตุการเสียชีวิต ลักษณะผู้ก่อเหตุ ไปจนถึงการใบ้เลขเด็ด

เช่นเดียวกับประเด็นความขัดแย้งกันในครอบครัวของน้องชมพู่ ซึ่งยังออกมาให้สัมภาษณ์รายวัน จนกระทั่งกลายเป็นประเด็นร้อนแรงทั้งในพื้นที่และในสังคมออนไลน์ เมื่อมีการเสนอข่าวว่า “แม่ของน้องชมพู่” ออกมาตั้งข้อสงสัยในตัว “ลุงพล” ซึ่งเป็นลุงเขยที่ช่วยตามหาเด็กหญิง โดยบอกสงสัยตั้งแต่แรกเพราะลุงพลหายตัวไปราว 40 นาทีในช่วงเช้าวันเกิดเหตุ ขณะที่ฝ่ายลุงพลก็ตั้งข้อสงสัยกลับไปที่พ่อและแม่ของเด็ก ในหลายประเด็นว่าอาจเกี่ยวข้อง จนบานปลายไปถึงประเด็นความขัดแย้งอื่นๆในครอบครัวนี้

กระทั่ง 3 กรกฎาคม มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัวได้ ออกมาทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ติดริบบิ้นดำบนจอโทรทัศน์ และเรียกร้องให้ กสทช.เอาผิดช่องทีวีดิจิทัล 2 ช่องดัง กรณีนำเสนอข่าว “น้องชมพู่” ซึ่งด้านหนึ่ง แม้จะเป็นความปรารถนาดีในการเสนอข่าวต่อสาธารณะ แต่ผลกระทบที่ตามมาเริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ละเมิดสิทธิเด็ก และเลยเถิดถึงขั้นใบ้หวย ให้เลขเด็ดมอมเมาประชาชน

ล่าสุด 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่ง ชาติ ออกหนังสือรายงานผลความคืบหน้าคดี และติงสื่อมวลชนให้ระวังการนำเสนอข่าวนี้ ทั้งกรณีข้อมูลที่อ้างว่าจะมีการออกหมายจับบุคคลใดๆ ซึ่งยังไม่เป็นความจริง การเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุที่มีพยานหลักฐาน

การสัมภาษณ์บุคคลทั้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับคดี และรวมถึงการนำเสนอเรื่องความเชื่อและไสยศาสตร์ รวมถึงการตั้งสมมติฐานการเสียชีวิตซึ่งล้วนเป็นหน้าที่ของตำรวจชุดสืบสวนและสอบสวน ในการคลี่คลายคดี