7HD ร้อนออนไลน์

กกกอกเดอะซีรีส์ ปริศนา“น้องชมพู่”ตาย!

กรณีน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ หายออกจากบ้านพัก ที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2563 กระทั่งค่ำวันที่ 14 พ.ค.พบเป็นศพเปลือยกายอยู่ในป่าภูเหล็กไฟ ซึ่งอยู่ห่างบ้านพักราว 5 กิโลเมตร และพื้นที่เป็นภูเขาลาดชัน ยากที่เด็ก 3 ขวบ จะเดินขึ้นไปเอง

ถึงวันนี้  (13 ก.ค. 63) ครบ 64 วัน ความตายของน้องชมพู่ยังเป็นปริศนา ไม่ทราบสาเหตุ ถ้าเป็นการฆาตกรรม ก็ยังจับผู้ก่อเหตุไม่ได้ แม้แต่เบาะแส ก็ยังดูมืดมน

สำหรับคดีนี้สังคมให้ความสนใจ ผู้คนทั้งประเทศเกาะติดข่าว ติดตามความคืบหน้าของคดี ขณะที่สังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานา ครอบครัวน้องชมพู่ทะเลาะกับญาติ จากความสงสัยกันเอง โดยเฉพาะแม่น้องชมพู่ พุ่งเป้าไปที่ลุงพล ซึ่งเป็นลุงเขยของครอบครัว ทั้งสองฝ่ายออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนตอบโต้กันไปมา ไม่ได้พูดจาภาษาพี่น้องญาติสนิทเหมือนเคย เนื่องจากแม่น้องชมพู่เคยบอกว่า ลุงพลไม่ได้มาที่งานศพเลย ทั้งที่บอกว่ารักหลานสาวคนนี้มาก

ขณะเดียวกันคดีนี้ยังเกิดกระแสตั้งข้อสงสัยแม่น้องชมพู่ ว่าทำไมไม่ไม่เสียใจที่น้องจากไป รวมทั้งการบอกให้น้องสะดิ้งลูกสาวคนโตที่อยู่กับน้องชมพู่ก่อนหายตัวไปให้โกหกว่านอนหลับ ก่อนมายอมรับภายหลังว่าที่ทำไป เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของน้องสะดิ้ง

โดยสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งการเกาะติดขุดคุ้ยเรื่องราว การออกมาตอบโต้กันไปมาของฝั่งแม่น้องชมพู่กับลุงพล รวมทั้งสังคมออนไลน์ที่แบ่งเป็นสองฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์แสดงความเห็นต่างๆ และลุ้นบทสรุปของทางคดี จนกลายเป็นมหากาพย์ กระทั่งถูกสังคมโซเชียลมีเดียตั้งฉายาให้ว่า “กกกอกเดอะซีรีส์”

อย่างไรตามก่อนหน้านี้ นพ.ศักดิ์สิทธิ์ บุญลักษณ์ หัวหน้ากลุ่มงานนิติเวช โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ผู้ผ่าชันสูตรศพน้องชมพู่คนแรก ได้เปิดเผยผลชันสูตรอย่างละเอียด กับ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯของรัฐสภา ระบุ ชันสูตรศพเมื่อเวลาบ่าย 2 โมงครึ่งของวันที่ 15 พ.ค. ยืนยันสภาพศพภายนอก มีเพียงร่องรอยขีดข่วน ที่อาจเกิดจากกิ่งไม้ ลักษณะรอยขูดขีดกระจายเป็นกลุ่มๆ แต่พบมากที่สุดบริเวณแผ่นหลัง รองลงมา คือ เหนือข้อเท้าด้านซ้าย ซึ่งเป็นร่องรอยที่เกิดขึ้นขณะยังมีชีวิต

ส่วนอวัยวะภายใน มีหลายส่วนเริ่มเน่าจนไม่สามารถตรวจพิสูจน์ได้ แต่ก็ยืนยันว่า สมอง และ ปอด ไม่พบความผิดปกติจากการถูกทำร้ายร่างกาย กะโหลกไม่พบการแตกร้าว คอไม่หัก ไม่มีรอยฟกช้ำ ขณะที่กระเพาะอาหาร ไม่มีอาหารหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงของเหลว 10 มิลลิลิตร เท่านั้น ที่สำคัญอวัยวะเพศไม่พบร่องรอยที่เกิดจากการถูกล่วงละเมิด เยื่อพรหมจารียังอยู่ครบสมบูรณ์

นอกจากนี้การชันสูตรศพพลิกศพของน้องชมพู่  พนักงานสอบสวน ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารรายงาน จากแพทย์ผู้ตรวจชันสูตรจากโรงพยาบาลดงหลวง ,โรงพยาบาลสรรพสิทธิ์ประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี และแพทย์ผู้ตรวจชันสูตรจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำมาประกอบในคดีอาญา

สำหรับผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ จากวัตถุพยานทั้งหมด 101 รายการ ยังอยู่ระหว่างการตรวจหา ดีเอ็นเอ ทำการตรวจไปแล้ว 62 รายการ และทำการเก็บตัวอย่างบุคคลเปรียบเทียบดีเอ็นเอ 115 ตัวอย่าง ทำการตรวจไปแล้ว  82 ตัวอย่าง

ส่วนการสอบปากคำในฐานะพยาน มีจำนวน 937 คน เป็นการสอบปากคำจากชุดสืบสวน ประกอบด้วยบุคคลภายในหมู่บ้านกกกอก 278 คน บุคคลพ้นโทษใน จังหวัดมุกดาหาร สกลนคร และกาฬสินธุ์ 478 คน บุคคลที่ผ่านเข้ามาในพื้นที่ เกิดเหตุ หมู่บ้านกกกอก 181 คน และสอบสวนปากคำโดยพนักงานสอบสวนเพื่อประกอบสำนวนจำนวน 63 ปาก ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีการสอบสวนปากคำบุคคลใดในฐานะผู้ต้องหา หรือผู้ต้องสงสัย

ล่าสุดวันนี้ ชุดสืบสวนตั้งสมมติฐานไว้ 3 ประเด็น หากผลชันสูตรศพน้องชมพู่ระบุว่าเป็นการเสียชีวิตเองจริง คือ 1.น้องชมพู่อาจเดินหลงป่า และขึ้นไปเสียชีวิตเองด้านบน เพราะในวันที่น้องหายไปอุณหภูมิวันนั้นคือ 42 องศา 2.มีคนพาน้องชมพู่เดินขึ้นไป และอาจะเสียชีวิตเอง เพราะขาดอาหารและน้ำ และ 3.น้องชมพู่อาจจะเสียชีวิตเองด้านล่างเขา ซึ่งอาจจะถูกลักพาตัว กักขัง อดข้าวอดน้ำ และมีคนนำศพขึ้นไปไว้เพื่อทำการอำพรางคดี โดยเป็นการจัดฉาก