7HD ร้อนออนไลน์

สาวปัตตานีคลอดลูกที่ รพ.ในมาเลเซีย กลับมาต่อวีซาที่ไทย เจอพิษโควิดปิดประเทศกลับไปรับลูกไม่ได้

วันนี้ (17 ก.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามกระทรวงการต่างประเทศ ได้ส่งหนังสือถึงศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัลลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ว่าโรงพยาบาล kajang รัฐ selagor แจ้งว่าได้มีหญิงไทยคลอดบุตรและทิ้งบุตรไว้ที่โรงพยาบาลมาเป็นเวลา 3 เดือนแล้ว ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.นูรฮาลีซา เจะอาแว อายุ 18 ปี ชาวจังหวัดปัตตานี โดย น.ส.นูรฮาลีซา ได้คลอดลูก ที่โรงพยาบาล kajang และบุตรมีอาการป่วย จึงถูกส่งตัวเข้ารักษาที่แผนกผู้ป่วยเด็กของโรงพยาบาลดังกล่าว โดยโรงพยาบาลไม่สามารถติดต่อ น.ส.นูรฮาลีซาได้ และแจ้งว่าหากยังไม่สามารถติดต่อ น.ส.นูรอารีซาได้ ทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องส่งเด็กให้สถานสงเคราะห์เด็กในมาเลเซียต่อไป

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของ น.ส.นูรฮาลีซา เจะอาแว  ในตำบลกะรุบี อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง โดย น.ส.นูรฮาลีซา เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2563 ได้เข้าไปทำงานที่ร้านอาหารในมาเลยเซียขณะกำลังตั้งครรภ์ลูก แต่ทำงานได้ไม่กี่วันเกิดเจ็บท้องและคลอดลูกก่อนกำหนดในวันที่ 27 ก.พ. 2563 ที่โรงพยาบาลในกรุงกัลลาลัมเปอร์ ทางโรงพยาบาลต้องนำลูกเข้าเข้าตู้อบ โดยตนได้อยู่กับลูกเพียง 3 วัน ที่โรงพยาบาลเนื่องจากวีซ่ากำลังจะหมดอายุ จึงแจ้งทางโรงพยาบาลว่าจะขอฝากลูกไว้ก่อน ต่อมาวันที่ 18 มี.ค. 2563 ตนได้เดินทางกลับต่อวีซาที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วจะเข้าประเทศมาเลเซียนทันที แต่ไม่สามารถกลับเข้ามาเลเซียได้ เพราะทางการมาเลเซียประกาศปิดประเทศ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิค-19 ตนจึงกลับบ้านเพื่อมาตั้งหลักและหาทางกลับเข้ามาเลเซียแต่ก็กลับไปไม่ได้ จึงได้แต่รอให้มาเลเซียเปิดประเทศ ขณะเดียวกันได้พยายามหางานทำ เพื่อหาเงินเตรียมไปรับลูกกลับแต่ก็ไม่มีงานทำ

“ขณะนี้ตนกลับมาได้ 3 เดือนแล้ว ประเทศมาเลเซียก็ยังไม่เปิดประเทศ จึงอยากให้ผู้ใหญ่ใจดีช่วยไปรับลูกที เพราะตนไม่มีเงินซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปมาเลเซีย ประกอบกับค่าผ่าตัดทำคลอด 48,000 บาท และค่าใช่จ่ายอื่น ๆ รวมประมาณกว่า 90,000 ยังไม่ได้จ่ายให้กับทางโรงพยาบาลที่มาเลเซีย ตนจ่ายให้เขาไปแค่ 500 บาท เพราะไม่มีเงินจริง ๆ ขนาดหน้าของลูกตนยังไม่ได้เห็นเลย รู้เพียงว่าลูกเป็นผู้ชาย ทางโรงพยาบาลเขาก็โทรศัพท์มาหา และบอกให้ไปรับลูกให้ได้โดยเร็วที่สุด ไม่งั้นเขาจะส่งไปที่สถานสงเคราะห์เด็ก และยังบอกว่าถ้าเด็กไปสถานสงเคราะห์จะมีปัญหา มีความยากลำบากที่จะรับเด็กกลับยังประเทศไทย” น.ส.นูรฮาลีซา กล่าวทั้งน้ำตา

น.ส.นูรฮาลีซา กล่าวต่อว่าตอนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว จึงวอนให้ทางรัฐช่วยประสานงาน ไปรับลูกที่อยู่โรงพยาบาลประทศมาเลเซีย หรือผู้ใจบุญช่วยเหลือด้วย เพราะเกรงว่าเขาจะส่งลูกไปที่สถานสงเคราะห์เด็ก

ทั้งนี้ ผู้ใจบุญสามารถบริจาคเงินช่วยเหลือ น.ส.นูรฮาลีซา ได้ที่หมายเลขบัญชี 020258628955 ธนาคารออมสิน สาขาสายบุรี ชื่อนางสาวนูรฮาลีซา เจะอาแว เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรับลูกต่อไป