ห้องข่าวภาคเที่ยง

เตือน ยกพวกตีกันในห้องฉุกเฉินโทษหนัก ไม่ให้รอลงอาญา

นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 ในฐานะ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า กรณีนี้หากสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว และพนักงานสอบสวนทำสำนวนส่งต่อมาที่อัยการ ทางอัยการจะมีการบรรยายฟ้องถึงพฤติการณ์ของผู้ต้องหาว่าเป็นพฤติการณ์ที่อุกอาจไม่สนใจผู้ป่วยหรือบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ยำเกรงต่อกฎหมายไม่สนความเดือดร้อนและเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งมาจากภาษีของประชาชน โดยจะขอให้ศาลลงโทษสถานหนัก เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับบุคคลอื่น ซึ่งจากพฤติการณ์ดังกล่าวมองว่าเข้าข่ายความผิดเรื่องการทำร้ายผู้อื่น ซึ่งมีโทษหนักคือ จำคุก 2 ปี ปรับ 40,000 บาท และหากถึงแก่ชีวิตมองว่าเป็นการฆ่าโดยเจตนาอาจมีความผิดถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิตหรือโทษประหาร อีกทั้งยังเข้าข่ายความผิดการบุกรุกห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นพื้นที่ห้ามเข้าตามกฎหมายและมีโทษสูงสุดคือ จำคุก 3 - 15 ปี

โดยทางอัยการจะขอให้ทางศาลลงโทษสถานหนักและไม่ให้รอลงอาญาเนื่องจากไม่ต้องการให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่น ที่ผ่านมามีคดีลักษณะนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดนครพนม ซึ่งศาลได้มีความเห็นตามที่อัยการบรรยายฟ้องไปทั้งสิ้น ส่วนใหญ่ศาลอาจมีการลดโทษให้บางส่วนหากมีการเข้ามอบตัวหรือให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี แต่ไม่รอลงอาญาทั้ง 2 คดี เชื่อว่าคดีนี้หากมีการจับกุมตัวผู้ต้องหาได้และพนักงานสอบสวนส่งสำนวนให้อัยการและอัยการสั่งฟ้องต่อศาล เชื่อว่าศาลก็จะมีคำพิพากษาในลักษณะเดียวกัน

ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนหรือกลุ่มวัยรุ่นที่จะก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว ยังคิดให้ดี เพราะเป็นคดีที่อุกอาจโทษหนักและอาจไม่ได้รับการรอลงอาญา ทำให้เสียอนาคตและเกิดความเสียหายต่อส่วนรวม