สนามข่าว 7 สี

เตือนโทษหนัก! ทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล

อัยการเสนอบทลงโทษกับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล ให้ได้รับโทษสถานหนัก และไม่ให้รอลงอาญา เนื่องจากไม่ต้องการให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่น

นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุยกพวกทะเลาะวิวาทกันภายในห้องฉุกเฉิน และยังทำร้ายร่างกายแพทย์หญิง บุคลากรทางการแพทย์ เครื่องมือทางการแพทย์ได้รับความเสียหาย ในโรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ และโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าสมิงพราย จังหวัดสมุทรปราการ เผยว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ที่อุกอาจ ไม่สนใจผู้ป่วยหรือบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย ไม่สนความเดือดร้อนผู้อื่น หรือแม้แต่เครื่องมือทางการแพทย์ซึ่งได้มาจากภาษีของประชาชน โดยจะขอให้ศาลลงโทษสถานหนักเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับบุคคลอื่น ซึ่งจากพฤติการณ์ดังกล่าวมองว่าเข้าข่ายความผิดหลายกระทง ต่างกรรมต่างวาระ เนื่องจากไปก่อเหตุภายในโรงพยาบาล 2 แห่ง อีกทั้งยังเข้าข่ายความผิดการบุกรุกห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นพื้นที่ห้ามเข้าตามกฎหมาย และมีโทษสูงสุด คือ จำคุก 3-15 ปี

ย้อนดูเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาลที่ศาลมีคำพิพากษาถึงบทลงโทษไปก่อนหน้านี้ อย่างเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2561 เกิดเหตุวัยรุ่น 3 คน ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับคู่อริ เหตุการณ์บานปลายเข้าไปทำร้ายทะเลาะวิวาทกันต่อหน้าห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลนาแก จังหวัดนครพนม คดีนี้ พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา แต่จำเลยทั้งสามได้ยื่นประกันตัว ขอต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์

กระทั่งวันที่ 18 เมษายน 2562 ศาลอุทธรณ์แก้โทษเพิ่มเป็นโทษจำคุกคนละ 12 ปี 2 เดือน ให้การรับสารภาพ ลดเหลือจำคุกคนละ 8 ปี 1 เดือน 10 วัน ญาติได้ยื่นขอประกันตัว ใช้หลักทรัพย์วงเงินคนละ 350,000 บาท เพื่อยื่นต่อสู้ในชั้นฎีกา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีคำพิพากษาศาลฎีกาออกมาว่าจะจบอย่างไร

ต่อกันอีกหนึ่งคดี ที่จังหวัดอ่างทอง เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิาทกันที่สถานบันเทิง ก่อนมารักษาตัวที่โรงพยาบาลอ่างทอง แต่คู่อริกลับตามเข้ามาทำร้ายถึงหน้าห้องฉุกเฉิน ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์ พยาบาล พนักงานอัยการ มีคำสั่งฟ้องวัยรุ่นรวม 11 คน โดยแยกเป็นก่อเหตุวิวาทในโรงพยาบาล 3 คน และทะเลาะวิวาทนอกโรงพยาบาล 8 คน

ต่อมาวันที่ 2 มีนาคม 2563 ศาลจังหวัดอ่างทองพิพากษาจำเลย 3 คน ที่ก่อเหตุในโรงพยาบาล จำคุก 3 ปี ให้การรับสารภาพลดโทษเหลือ 1 ปี 6 เดือน ส่วนจำเลยอีก 8 คน ก่อเหตุวิวาทนอกโรงพยาบาล จำคุก 6 เดือน รับสารภาพลดโทษเหลือจำคุก 3 เดือน สั่งลงโทษผู้ก่อเหตุเป็นคดีตัวอย่าง โดยไม่สมควรให้รอลงอาญา เนื่องจากเป็นการกระทำที่อุกอาจ กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน อีกทั้ง โรงพยาบาล คือ สถานที่รักษาพยาบาลผู้ป่วย ไม่สมควรละเมิดกฎหมาย จำเลยทั้ง 11 คน ไม่ขอยื่นต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์

ซึ่งคดีที่เกิดขึ้นในจังหวัดอ่างทอง และจังหวัดนครพนม ส่วนใหญ่ศาลอาจมีการลดโทษให้บางส่วน หากมีการเข้ามอบตัวหรือให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี แต่ไม่รอลงอาญาทั้ง 2 คดี เชื่อว่าคดีนี้ศาลก็จะมีคำพิพากษาในลักษณะเดียวกัน ดังนั้น ขอย้ำเตือนประชาชนหรือกลุ่มวัยรุ่นที่จะก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว ควรมีสติ และไม่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล เพราะถือเป็นคดีที่อุกอาจ มีโทษหนัก และอาจไม่ได้รับการรอลงอาญา ทำให้เสียอนาคต และเกิดความเสียหายต่อส่วนรวม