7HD ร้อนออนไลน์

จับขบวนการลักลอบขนแรงงานกัมพูชาเข้าไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ธราพงษ์ มะละคำ ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา จ.สระแก้ว สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะ ฉก.ตาพระยา,ฉก.อรัญประเทศ และฉก.คลองหาด เข้มงวดตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมายด้วยการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและนำสินค้าทางการเกษตรต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19

ทั้งนี้ พ.ท.นเรนทร์ พรหมจรูญ เสนาธิการ ฉก.ตาพระยา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมแรงงานชาวกัมพูชาลักลอบข้ามชายแดนได้ 2 จุด ที่บริเวณคลองหนองปิง ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว โดยมีผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายชาวกัมพูชา จำนวน 8 คนแบ่งเป็นชาย 4 คน หญิง 4 คน ส่วนอีกจุดที่บริเวณใกล้เคียงกับคลองหนองปิง ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว จับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายชาวกัมพูชาได้อีกจำนวน 7 คนแบ่งเป็นชาย 5 คน หญิง 2 คน แต่ไม่พบผู้นำพา จากการสอบถามแรงงานให้การว่า ลักลอบเดินเข้ามาในประเทศไทยโดยใช้ช่องทางธรรมชาติ ระหว่างจุดตรวจ ต. 14-15 จึงนำตัวทั้งหมดส่ง สภ.ตาพระยา เพื่อดำเนินการคดีตามกฎหมาย

ส่วนพื้นที่ อ.คลองหาด จ.สระแก้ว พ.อ.รณรงค์ เส็งมี ผบ.ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 13 สั่งการให้ ฉก.คลองหาด โดยมีเจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานที่ 1303 สนธิกำลังร่วมกับสืบจังหวัดและ สภ.คลองหาด สกัดกั้นการลักลอบขนย้ายแรงงานหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย ในบริเวณ บ.คลองหว้า ม.7 ต.ทับพริก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยชุดลาดตระเวนทหารพราน ตรวจพบแรงงานชาวกัมพูชา วิ่งข้ามถนนใกล้ชายแดน จึงทำการแจ้งเจ้าหน้าที่แนวที่ 2  ซึ่งเป็นชุดลาดตระเวนด้วยจักรยานยนต์ให้ติดตามรถยนต์กระบะต้องสงสัยและแจ้งวิทยุชุดตั้งด่านสกัดกั้นในแนวที่ 3 โดยสามารถสกัดกั้นรถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้ที่บริเวณ ถนนสายคลองหาด-วัฒนานคร บ.ซับพลู ต.เบญจขร อ.คลองหาด จ.สระแก้ว

โดยพบว่า กลุ่มนำพาคนงานข้ามแดนใช้รถยนต์กระบะ สีขาว หมายเลขทะเบียน ถณ-7664 กรุงเทพฯ พร้อมผู้นำพา ทราบชื่อคนขับคือ น.ส.อาทิตยา (สงวนนามสกุล) ชาว จ.สระแก้ว และตรวจพบผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายชาวกัมพูชา ขาเข้าจำนวน 15 คน เป็นชาย 9 คน หญิง 6 คน ซึ่งจากการซักถามทราบว่าชาวกัมพูชาดังกล่าวเดินทางมาจากประเทศกัมพูชา จ.กัมปงทม, จ.เสียมเรียบ, จ.บันเตียเมียนเจย จะไปทำงานในฝั่งไทย ที่ จ.ชลบุรี,ปทุมธานีและสระบุรี โดยเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางคนละ 3,000 บาท ให้กับนายหน้าชาวกัมพูชา จึงได้นำตัวผู้นำพาพร้อมแรงงานชาวกัมพูชา ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองหาด ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป