เจาะประเด็นข่าวค่ำ

ยาบ้าเป็นเหตุ! วัยรุ่นยกพวกตีกันใน รพ. ยอมรับ ถูกห้ามส่งยาในซอย เป็นชนวนเหตุทะเลาะบานปลายถึงใน รพ.

ตำรวจทยอยคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 15 คน ที่ก่อเหตุยกพวกตะลุมบอนกันที่โรงพยาบาลย่านสมุทรปราการออกมาสอบปากคำเพื่อสรุปสำนวน เตรียมส่งฝากขังผัดแรกยังศาลจังหวัดสมุทรปราการ โดยคดีนี้ตำรวจจะแยกออกเป็น 3 ส่วน

ส่วนแรก คือ กลุ่มผู้ก่อเหตุทะเลาะวิวาทภายในซอยโรงเหล็ก 13 คน ส่วนที่ 2 คือ ผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาลวิภาราม-ชัยปราการ 2 คน และส่วนที่ 3 คือ กลุ่มที่ยกพวกไปทำร้ายคู่อริที่โรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าฯ 18 คน เมื่อคืนจับกุมได้แล้ว 15 คน และในช่วงเช้าวันนี้มีผู้ต้องหาเข้ามามอบตัวเพิ่มอีก 3 คน ซึ่งตำรวจจะมีการสอบปากคำทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาหนักตามพฤติกรรมการก่อเหตุ

จากการสอบปากคำ นายอรรถพล บุญประเสริฐ อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาบอกว่า ชนวนเหตุของเรื่องราวทั้งหมด เกิดขึ้นจากวันเกิดเหตุ เขาต้องการนำยาบ้า 10 เม็ดไปแลกเปลี่ยนเป็นสว่านไฟฟ้ากับคนรู้จักภายในซอยโรงเหล็ก และจำเป็นต้องผ่านหน้าบ้านของกลุ่มคู่กรณี แต่อีกฝ่ายไม่ยอมให้เดินผ่าน จนเกิดการโต้เถียงกัน ก่อนที่เขาจะถูกฝ่ายตรงข้ามเข้ามารุมชกต่อยจนกองกับพื้น เขาจึงขับรถกลับออกมา ตามพวกกลับไปเอาคืน จังหวะที่ชุลมุน ก็พบว่า นายรัชต์พงษ์ซึ่งตามมาช่วย ถูกอีกฝ่ายใช้เหล็กขูดชาร์ปแทงเข้าที่ไหปลาร้าจนล้มลงแล้ว

หลังสอบปากคำตำรวจได้คุมตัวนายอรรถพลไปชี้จุดซ่อนยาเสพติดภายในซอยโรงเหล็ก โดยตำรวจได้แจ้งข้อหาเพิ่ม ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุทำให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ และครอบครองยาเสพติดประเภท 1 ยาบ้า

ขณะที่แม่ของผู้บาดเจ็บที่อยู่ในที่เกิดเหตุระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ในอาการหวาดระแวง เกรงว่าฝ่ายตรงข้ามจะเคียดแค้นและยกพวกกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก

ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมด 18 คนที่ถูกจับกุมได้วันนี้จะถูกแจ้งข้อหา มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยมีอาวุธ ร่วมกันบุกรุก โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธ ร่วมกันกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ในเวลากลางคืน ทำให้เสียทรัพย์ และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยพนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งฝากขังผัดแรกยังศาลจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน

ด้าน พลตำรวจตรีสุรพล เปรมบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ที่เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีวันนี้ระบุว่า ผู้ต้องหาที่เหลือน่าจะทยอยเดินทางเข้ามามอบตัวเรื่อยๆ ตลอดทั้งวันนี้ และได้แนะนำให้ตำรวจเตรียมแยกผู้ต้องหา 2 กลุ่มไปสอบปากคำคนละโรงพัก เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ก่อเหตุทั้ง 2 กลุ่มกระทบกระทั่งกันอีก

ส่วนมาตรการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำที่โรงพยาบาลทั้ง 2 แห่ง ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างวางแผนซักซ้อมรับมือการทะเลาะวิวาท หากเกิดเหตุขึ้นอีก และจะมีการติดตั้งปุ่มกดฉุกเฉินไว้ในโรงพยาบาลได้ เพื่อจะได้สะดวกในการแจ้งเหตุด่วน และตำรวจจะได้เข้าไปช่วยเหลือระงับเหตุได้ทันที