สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ชาวบ้านแฉ มียาบ้าขายเกลื่อนซอยโรงเหล็ก เหมือนขายขนม

ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหา 17 คน ที่ก่อเหตุต่อยแพทย์ พยาบาล และไล่ทำร้ายคู่อริภายในโรงพยาบาล 2 แห่ง ไปฝากขังศาลจังหวัดสมุทรปราการ ขณะที่ หัวหน้าแก๊งซอยมหาวงษ์ ยอมรับปมเปิดศึกขัดแย้งมาจากเรื่องยาเสพติด สอดคล้องกับชาวบ้านซอยโรงเหล็ก ยอมรับว่าในพื้นที่มียาบ้าขายกันเกลื่อนเหมือนขายขนม ไปลงสนามข่าวกับคุณไพศาล รัตนบรรเทิง

ยังคงเป็นประเด็นร้อน สำหรับเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่นยกพวกตะลุมบอนกัน ก่อนบานปลายไปทำร้ายแพทย์ พยาบาล และไปไล่ทำร้ายคู่อริในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลในจังหวัดสมุทรปราการ ทีมข่าวลงพื้นที่ย้อนไปยังจุดเกิดเหตุ จุดแรกที่วัยรุ่นซอยมหาวงษ์ยกพวกไปตะลุมบอนกับวัยรุ่นในซอยโรงเหล็ก เราได้พูดคุยกับ นางสมศรี วงศ์สุวรรณ ซึ่งเป็นป้าของนายชยธร หาชัย หรือเจ๊ง คุณป้าเปิดใจถึงสาเหตุศึกครั้งนี้มาจากปมยาเสพติด ซึ่งหลานของตนพยายามไล่วัยรุ่นแก๊งมหาวงษ์ที่เข้ามาซื้อขายยาเสพติดในพื้นที่ และหลังจากเหตุการณ์นี้ ตนเองต้องอยู่อย่างหวาดผวา เพราะกลัวคู่อริจะกลับมาล้างแค้น

ทีมข่าวได้ขับรถสำรวจภายในซอยดังกล่าว พบว่าทางเข้ามีหมู่บ้านมีบ้านปลูกติดกันหลายหลัง มีตรอกซอกซอยจำนวนมาก ก่อนถึงพื้นที่เกิดเหตุสองข้างทางเป็นป่ารกคดเคี้ยว ก่อนจะไปถึงจุดทิ้งขยะจำนวนมาก ชาวบ้านได้ให้ข้อมูลว่า วันหนึ่งจะมีคนขับรถมาทิ้งขยะจำนวนมาก จึงเป็นช่องทางให้วัยรุ่นมาขายยาบ้ากันเกลื่อนเหมือนกับการขายขนม มิหนำซ้ำยังมีคนมาชวนให้เลิกทำอาชีพอื่นมาขายยาบ้าแทน

สอดคล้องกับผลการสอบสวน นายอรรถพล หรือแฮ็ก หัวโจก วัยรุ่นซอยมหาวงษ์ รับสารภาพว่าวันเกิดเหตุได้เข้าไปในซอยโรงเหล็กซึ่งเป็นจุดแรกที่เกิดเหตุ เพราะต้องการนำยาบ้า 10 เม็ด ไปแลกกับสว่านไฟฟ้ากับคนรู้จัก แต่ต้องเดินผ่านหน้าบ้านของกลุ่มผู้บาดเจ็บ แต่ถูกสั่งห้ามและข่มขู่จะแจ้งตำรวจ จนมีปากเสียงชกต่อยกัน จนนำมาซึ่งชนวนเหตุโทรตามพวกมาตะลุมบอน และบานปลายไปถึงโรงพยาบาล และนายแฮ็ก ยอมพาไปชี้จุดที่ซ้อนยาบ้าไว้

ขณะที่บรรยากาศที่โรงพยาบาลวิภาราม-ชัยปราการ ยังคงเป็นไปด้วยความเงียบเหงา พลอากาศโท นายแพทย์ชูพันธ์ ชาญสมร ผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าวถึงเหตุการณ์วัยรุ่นต่อยแพทย์หญิงธนิกานต์ สู่พานิช จนได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดเจ้าตัวได้ขอย้ายสถานที่ทำงาน เนื่องจากกังวลเรื่องความไม่ปลอดภัย และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ ทางโรงพยาบาลได้เตรียมย้าย แพทย์หญิงธนิกานต์ ไปยังโรงพยาบาลอื่นที่อยู่ในเครือต่อไป ส่วนบุคคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ในเหตุการณ์วันดังกล่าว ยังขอใช้สิทธิลางาน เนื่องจากยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน

รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ยืนยันมาตราการในการรักษาความปลอดภัยในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ทำตามแผนปฏิบัติอยู่แล้ว แต่วันเกิดเหตุกำลังเจ้าหน้าที่น้อยไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ส่วนมาตราการหลังจากนี้ได้เรียกประชุมเพื่อหาแนวทางป้องกัน เบื้องต้นทางโรงพยาบาล 2 แห่งนี้ได้ร้องขอให้ติดตั้งปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉินเหมือนในร้านขายทองหรือธนาคาร และเน้นให้ซ้อมแผนเผชิญเหตุให้มากที่สุด

ส่วนคดีนี้ ล่าสุด พนักงานสอบสวน สภ.สำโรงใต้ เบิกตัวกลุ่มผู้ต้องหาแก๊งมหาวงษ์ 16 คน และผู้ต้องหามือแทง 1 คน ที่ สภ.สำโรงเหนือ ออกจากห้องขังเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ สอบปากคำเพิ่มเติม และให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเก็บดีเอ็นเอ ก่อนไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมคัดค้านการประกันตัว ส่วนผู้ก่อเหตุที่เหลืออีก 3 คน ล่าสุดเข้ามอบตัวเพิ่มอีก 2 คน
  
เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดจะถูกแจ้งข้อหา 4 ข้อหา คือ ร่วมกันบุกรุกสถานพยาบาลในยามวิกาล, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ, ร่วมกันชุลมุนต่อสู้ เป็นเหตุให้มีผู้ถึงแก่ความตาย