สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : เร่งล่ารถตู้ลักพาตัวหญิงใจกลางกรุง

ตำรวจเร่งล่ารถตู้หรู ก่อเหตุอุกอาจลักพาตัวหญิงในย่านสวนลุม เบื้องต้นมุ่งปมชู้สาว คาดคนร้ายมีการเตรียมการมาอย่างดี เพราะปิดบังทะเบียนรถ และใช้เครื่องพันธนาการเหยื่อ ติดตามจากรายงานของคุณศิรัณพร มูลอุทก

เช้ามืดวานนี้ (21 ก.ค.) เกิดเหตุอุกอาจกลางกรุง รถตู้โฟล์คได้ลักพาตัวหญิงสาว จากย่านสวนลุมพินี ซึ่งระหว่างที่รถตู้กำลังหลบหนี แฟนหนุ่มของหญิงที่ตกเป็นเหยื่อได้กระโดดเกาะที่ปัดน้ำฝนบริเวณหน้ารถเอาไว้ จนประสบอุบัติเหตุชนกับป้ายบอกทางเชิงสะพานไทย-เบลเยี่ยม ถนนพระราม 4 ฝั่งขาออก ทำให้แฟนหนุ่มตกจากหน้ารถได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนคนขับรถตู้ยังพยายามขับหลบหนีไปไกลประมาณ 4 กิโลเมตร ถึงบริเวณแยกนางลิ้นจี่ หรือแยกวัดช่องลม หญิงที่ถูกลักพาตัวได้ต่อสู้กับคนขับรถตู้ และตัดสินใจกระโดดลงจากรถขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในสภาพอิดโรย มีแผลตามตัว ใบหน้าเขียวช้ำ และถูกพันธนาการด้วยสก็อตเทปที่คอและมือ ก่อนเข้าแจ้งความที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ขณะที่แฟนหนุ่มเสียชีวิตหลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล

จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวของ สน.ทุ่งมหาเมฆ กับ สน.ลุมพินี ซึ่งผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ได้มอบหมายให้ สน.ทุ่งมหาเมฆ เร่งดำเนินการติดตามตัวคนขับรถตู้ และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบเบาะแสสำคัญ ผู้ก่อเหตุขับรถมาจากถนนราชดำริ ตระเวนไปพบเหยื่อที่ถนนหลังสวน ก่อนออกพระรามที่ 4 และหนีเข้าถนนพระราม 3 ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อติดตามรถตู้คันก่อเหตุ และจะเร่งติดตามตัวคนขับมาดำเนินคดี จากการสอบปากคำผู้เสียหายเบื้องต้นพบผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียว

อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบพบรถตู้สีบรอนซ์เทา คนร้ายได้ใช้กระดาษปิดแผ่นป้ายทะเบียนไว้ และไม่พบข้อมูลที่กรมการขนส่ง เบื้องต้นตำรวจมุ่งปมชู้สาว คาดว่าผู้ก่อเหตุมีการเตรียมการมาอย่างดี ทั้งมีการปกปิดทะเบียนรถ และเตรียมอุปกรณ์ที่จะใช้พันธนาการเหยื่อ

เจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามหารถตู้คันก่อเหตุ เพื่อสาวถึงตัวคนขับ เนื่องจากหลังฐานและการกระทำเข้าข่ายความผิดหลายข้อหา ทั้งขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เจตนาทำให้เสียชีวิต รวมถึงกักขังหน่วงเหนี่ยว

ส่วนข้อมูลคนขับรถตู้คันนี้ พบว่าเป็นคนไทย อายุ 40-50 ปี ก่อเหตุเพียงคนเดียว สันนิษฐานว่ามีอาชีพพนักงานขับรถให้นายจ้าง และนำรถนายจ้างไปใช้งาน ส่วนปมเหตุในการลักพาตัวยังไม่ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้ง และต้องใช้ความระมัดระวังในการสอบปากคำผู้เสียหาย เพราะยังอยู่ในอาการเศร้าเสียใจที่พบว่าแฟนหนุ่มซึ่งพยายามปกป้องตนเองเสียชีวิต ส่วนความผิดที่เกิดขึ้น เบื้องต้นพิจารณาแล้วเข้าข่ายผิดหลายข้อหา

ส่วนข้อมูลเลขทะเบียนที่เขียนบนแผ่นกระดาษปิดแผ่นป้ายทะเบียนรถ จากการตรวจสอบกับกรมการขนส่งทางบก ไม่พบมีข้อมูลอยู่ในระบบ คาดว่าคนขับรถเตรียมไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกติดตามตัวได้