สนามข่าว 7 สี

จับครบแล้ว ผู้ก่อเหตุไล่ทำร้ายคู่อริใน รพ.สมุทรปราการ ค้านประกันตัว

ตำรวจรวบวัยรุ่นที่ก่อเหตุทำร้ายแพทย์ พยาบาล และไล่ทำร้ายคู่อริในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลจังหวัดสมุทรปราการ ได้ครบทุกคนแล้ว ก่อนแจ้งข้อหาและส่งตัวฟ้องศาลดำเนินคดี

เมื่อวานนี้ (22 ก.ค.) พนักงานสอบสวน สภ.สำโรงใต้ จังหวัดสมุทรปราการ เบิกตัวผู้ต้องหา 4 คน ที่ก่อเหตุต่อยแพทย์ พยาบาล ในโรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ ที่ไปไล่ทำร้ายคู่อริในโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าฯ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ออกมาจากห้องขังเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ และเก็บดีเอ็นเอ รวมทั้งสอบปากคำ จากนั้นแจ้งข้อหา ซึ่งผู้ปกครองนำทั้ง 4 คน มามอบตัวในช่วงเย็นวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันก่อเหตุความวุ่นวายจริง

หลังการสอบปากคำเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนได้คุมตัว 3 คน ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ และอีก 1 คนเป็นเยาวชน ไปที่ศาลเยาวชนและครอบครัว พร้อมคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ตำรวจได้แบ่งแจ้งข้อกล่าวหาเป็น 2 เหตุการณ์ โดยผู้ต้องหา 3 คนที่ก่อเหตุไล่ทำร้ายคู่อริที่โรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าฯ  ถูกแจ้ง 3 ข้อหา คือ ร่วมกันบุกรุกในเวลากลางคืน โดยมีการใช้อาวุธ ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และร่วมกันทำร้ายร่างกาย ส่วนเยาวชนที่ก่อเหตุร่วมกันทำร้ายแพทย์ พยาบาล ที่โรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ ตำรวจแจ้ง 1 ข้อหา คือ ร่วมกันบุกรุกในเวลากลางคืน และร่วมกันทำร้ายร่างกาย

ด้าน พันตำรวจโท ดำรงค์ มาดี หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงใต้ เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ยอมรับว่าก่อเหตุจริง แต่ทำลงไปเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ และศาลเยาวชนและครอบครัว เบื้องต้นศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว และนำไปคุมขังที่เรือนจำคลองด่าน

ต่อมาในช่วงเย็นวานนี้ ผู้ต้องหาที่เหลืออีก 2 คน ที่อยู่ในแก๊งมหาวงศ์ คือ นายธีรยุทธ สุขสะอาด อายุ 27 ปี และนายมณฑล มะลัยเถาว์ อายุ 25 ปี ได้เดินทางไปมอบตัวที่ สภ.สำโรงใต้ แล้ว โดยทันทีที่เดินทางมาถึง ตำรวจได้นำตัวไปสอบปากคำทันที โดยก่อนหน้าตำรวจได้ไปจับกุมตัวนายธีรยุทธ ได้ที่บริษัทฯ แห่งหนึ่งย่านคลองเตย ส่วนนายมณฑล ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวด้วยตัวเอง หลังจากกลับไปหามารดาที่ต่างจังหวัด
    
สำหรับในคดีนี้ ตำรวจแบ่งออกเป็น 3 เหตุการณ์ มีผู้ต้องหาสองกลุ่ม รวม 27 คน แยกเป็นแก๊งมหาวงศ์ 24 คน เป็นชาย 20 คน หญิง 4 คน และแก๊งซอยโรงเหล็กอีก 3 คน ซึ่งในขณะนี้จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดแล้ว โดยคดีแรกที่ซอยโรงเหล็ก ดำเนินคดี 8 คน คดีที่สอง ที่โรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ ดำเนินคดี 9 คน และคดีที่สาม ที่บุกไปตีกันที่ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าฯ ดำเนินคดีทั้งหมด 17 คน แต่ในจำนวนนี้ มีบางคนที่ร่วมก่อเหตุ 2 จุดบ้าง 3 จุดบ้าง ก็จะตั้งข้อหาตามพยานหลักฐาน และจะดำเนินคดีในทุกข้อกล่าวหา

ขณะที่ทางด้าน พลตำรวจตรี ชุมพล พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ได้สั่งการเตรียมกำลังหน่วยปฎิบัติการพิเศษ และกองร้อยควบคุมฝูงชน กว่า 100 นาย เข้าตรวจตราและดูแลความสงบเรียบร้อย ในงานฌาปนกิจ นายคิว ที่วัดมหาวงศ์ ในช่วงเย็นวันนี้ เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีเข้ามาล้างแค้น หรือก่อเหตุไม่สงบ

ด้าน นายแทพย์รังสี ธีรศิลป์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าฯ กล่าวถึงความเสียหายของอุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องฉุกเฉิน จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ได้ประเมินในเบื้องต้น แล้วมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท แต่ไม่ถึงล้านบาทตามที่มีการแชร์กันในโลกโซเชียล ส่วนขวัญกำลังใจของบุคลากรทุกคนก็ดีขึ้น ทุกคนพร้อมทำงานตามปกติ ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณประตูทางเข้าโรงพยาบาล ได้จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 2 คน มาประจำการ และยังมีเจ้าหน้าที่เวรเปล ชาย 5-6 คน มาช่วยกันดูแลอย่างเต็มที่

และทีมข่าวของเราได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ สอบถาม นายพรประเสริฐ ยุติธรรม หัวหน้าแผนกฝ่ายบุคคลและธุรการของโรงพยาบาล กล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทรัพย์ของทางโรงพยาบาลไม่มีอะไรเสียหาย และยังได้ถามถึงกระแสข่าวว่าแพทย์หญิงที่ถูกทำร้ายร่างกายในห้องฉุกเฉิน ยื่นหนังสือลาออกเร่งด่วนนั้น ก็ไม่เป็นความจริง แต่ช่วงนี้สภาพจิตใจยังหวาดผวา ทางผู้บริหารได้ให้ลาพัก จนกว่าสภาพร่างกายและจิตใจพร้อมที่จะกลับมาทำงาน แต่หากแพทย์หญิงคนดังกล่าวหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัย ผู้บริหารก็ยินดีจะให้ย้ายไปทำงานที่สาขาอื่น ซึ่งมีอยู่หลายแห่งทั่วประเทศ