7HD ร้อนออนไลน์

ดีเอสไอบุกค้น 8 จุด หลอกขายปุ๋ยชีวภาพแอบผสมพาราควอต เสียหาย 20 ล้าน

พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และนายภัสชญภณ หมื่นแจ้ง ผอ.สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ร่วมกันเข้าตรวจค้นผู้ประกอบการที่ผลิตและจำหน่ายวัตถุอันตราย โดยนำสารพาราควอตหรือสารไกลโพเซลมาผสมในผลิตภัณฑ์ชีวภาพอินทรีย์หลอกขายให้ประชาชน ซึ่งการเข้าตรวจค้นครั้งนี้มีเป้าหมาย 8 จุดในพื้นที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และอุตรดิตถ์ มูลค่าความเสียหายมากกว่า 20 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ได้อายัดเอกสารและอุปกรณ์ในการผลิตไว้เพื่อประกอบสำนวนคดี ก่อนส่งให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาล

สำหรับคดีนี้ ดีเอสไอได้สืบสวนพบการซื้อขายสารชีวภาพอินทรีย์เพื่อกำจัดวัชพืชผ่านทางสื่อโซเซียลมีเดีย จึงได้ร่วมกับกรมวิชาการเกษตรล่อซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการ และส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไปตรวจพบว่า ผลิตภัณฑ์สารชีวภัณฑ์กำจัดวัชพืชมีส่วนผสมของสารเคมีพาราควอต ซึ่งเป็นสารต้องห้ามไม่ให้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ประกอบกับเมื่อตรวจสอบข้อมูลการขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร ไม่พบข้อมูลผลิตภัณฑ์ขึ้นทะเบียนไว้ ซึ่งลักษณะการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐาน ผลิต หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยการกระทำความผิดดังกล่าวส่งผละกระทบต่อประชาชนที่ซื้อผลิตภัณฑ์ไปใช้ โดยคิดว่าไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ปรากฎว่ามีสารพาราควอตผสมอยู่ ซึ่งข้อมูลที่ผ่านมามีประชาชนได้รับผลกระทบจากพาราควอตมากกว่า 5,000  รายต่อปี และเสียชีวิตมากกว่า 500 รายต่อปี นอกจากนี้สารพาราควอตยังมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ที่ตกค้างในแม่น้ำ ลำคลอง และพืชผักต่าง ๆ