เจาะประเด็นข่าวค่ำ

รายงานพิเศษ : ย้อนรอยคดี ซีอุย แซ่อึ้ง ชายผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นมนุษย์กินคน

ย้อนกลับไปเดือนมกราคม ปี 2501 คดีฆาตกรรมเด็ก ชายสมบุญ ที่อำเภอเมือง จังหวัดระยอง คือจุดเริ่มต้นของตำนาน “ซีอุย” มนุษย์กินคนและฆาตกรต่อเนื่อง ที่กลายเป็นคดีประวัติศาสตร์โด่งดัง โดยสำนวนการสอบสวนในขณะนั้น ระบุว่าพ่อของเด็กและชาวบ้านจับตัว “ซีอุย” ได้ขณะกำลังพยายามเผาทำลายศพซึ่งมีสภาพถูกแทงที่คอและรอยผ่าจนถึงสะดือ

แพทย์ตรวจพบอวัยวะ คล้ายตับและหัวใจมนุษย์เก็บไว้ในตู้กับข้าว มีการเสนอข่าวว่าซีอุยฆ่าเด็กชายเพื่อกินเครื่องใน จนกลายเป็นที่มาของฉายา “มนุษย์กินคน”

คดีนี้มีการสืบสวนย้อนหลังไปถึงคดีลักษณะเดียวกันอีก 6 คดีในหลายจังหวัด โดยมีข้อมูลระบุว่าการสอบสวน ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง วันแรกซีอุยปฏิเสธ วันรุ่งขึ้นรับสารภาพ เพิ่มอีก 2 คดี และต่อมาเขาก็สารภาพทั้งหมด

6 คดีฆาตกรรมก่อนหน้านั้น ที่ซีอุยถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร คดีแรก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 เมษายน ปี 2497 เกิดเหตุพยายามฆ่าเด็กหญิง ที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่แรก ที่ซีอุยอยู่อาศัยและทำมาหากิน หลังอพยพมาจากประเทศจีน

คดีที่ 2 เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน มีการฆาตกรรมเด็กหญิง บริเวณทางรถไฟในอำเภอทับสะแก ศพถูกชำแหละ - ควักหัวใจ

ผ่านไปเพียงเดือนเดียว เกิดคดีที่ 3 ในเดือนมิถุนายน มีเหตุฆาตกรรมเด็กหญิงอีกรายในพื้นที่อำเภอทับสะแก คดีที่ 4 เดือนตุลาคม เหตุฆาตกรรมเด็กหญิง ที่อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คดีนี้ไม่มีพยานเห็นคนร้าย

ถัดมาอีก 1 เดือน คือ พฤศจิกายน เกิดคดีที่ 5 ฆาตกรรมเด็กหญิงบริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง คดีนี้ไม่มีพยานเห็นคนร้ายเช่นกัน

และคดีที่ 6 ห่างกันเกือบ 3 ปี เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2500 เกิดเหตุฆาตกรรม ชำแหละศพเด็กหญิงที่องค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม

ทั้ง 7 คดีไม่มีพยานหลักฐาน ชี้ได้ว่า “ซีอุย แซ่อึ้ง” ฆาตกรรมเหยื่อแล้วกินเครื่องในหรือชิ้นส่วนอวัยวะ อย่างที่เขาถูกกล่าวหาว่าเป็น “มนุษย์กินคน”

ต่อมามีความพยายามตามหาพยานหลักฐานชี้ว่าซีอุยอาจเป็นเพียงแค่แพะรับบาปในอีกหลายคดีที่เหลือ โดยมีข้อมูลจากพยานบุคคลอย่างชัดเจนใน3 คดี ที่อำเภอทับสะแก ซึ่งครอบครัวของเหยื่อ ยืนยันว่าคนร้ายไม่ใช่ซีอุย

การสืบสวนในขณะนั้น “คดีของซีอุย” จบลงที่ศาลอุทธรณ์ด้วยโทษประหาร นักโทษชาย “ซีอุย” ถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าในเดือนกันยายนปี 2502

และต่อมาภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช ได้ขอรับศพซีอุย มาผ่าเพื่อศึกษาและตรวจสมอง ส่วนร่างถูกเก็บรักษาด้วยการดองไว้ที่พิพิธภัณฑ์ โดยมีการติดป้ายข้อความว่า “นายซีอุย แซ่อึ้ง (มนุษย์กินคน)”

เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ชาวอำเภอทับสะแกส่วนหนึ่งได้ร่วมกัน ล่ารายชื่อยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อขอให้พิจารณาว่าการจัดแสดงร่างซีอุย ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน หลังจากมีการรณรงค์ผ่านสังคมออนไลน์ ให้ปลดพันธนาการฉายามนุษย์กินคนของซีอุย จนทำให้มีการปลดป้าย คำว่า “มนุษย์กินคน” ออกจากตู้ แต่ยังคงมีการจัดแสดงร่างซีอุยไว้ที่พิพิธภัณฑ์

นอกจากทั้ง 7 คดี ที่ถูกเชื่อมโยงกันด้วยกระบวนการสอบสวนในขณะนั้น ผู้ที่ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับ “ซีอุย” มองตรงกันว่า สื่อฯ เรื่องเล่า ละคร และภาพยนตร์ เป็นอีกปัจจัยหลักที่ทำให้ชื่อของ “ซีอุย” ถูกผลิตซ้ำ จนกลายเป็นตำนานของมนุษย์กินคนอันโหดเหี้ยม

เห็นได้อย่างชัดเจนจากภาพข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ในสมัยนั้น ที่เป็นกิริยาเพียงแค่ช่วงวินาทีหนึ่งของซีอุยขณะเขาอ้าปากหาว แต่กลับถูกนำตีพิมพ์จนสร้างความหวาดกลัวกลายเป็นภาพของฆาตกรโรคจิต เช่นเดียวกับละครและภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ดัดแปลงเรื่องราวจากข้อมูลคดีนี้ จนทำให้คนส่วนหนึ่งเชื่อจากเนื้อหาที่นำเสนอ ไปจนถึงภาพของนักแสดงอย่าง เทิดพร มโนไพบูลย์ ที่ยังคงถูกมองว่าเป็นภาพตัวแทนของซีอุย