7HD ร้อนออนไลน์

จี้จับมือมืดขุดลำน้ำยมสร้างคันกั้นขวางทางน้ำกระทบชาว อ.ชุมแสง

นางจิราภรณ์ ติมนตรี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ตำบลท่าไม้ อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นตัวแทนชาวบ้าน 257 คน ร้องผู้สื่อข่าวช่อง 7 HD ผ่านคอลัมน์หมายเลข 7 ถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตรและใช้อุปโภคบริโภคในครัวเรือน เหตุจาก ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่หนึ่งทำการว่าจ้างผู้นำท้องถิ่นอีกพื้นที่ ดำเนินการขุดและดูดทรายจากแม่น้ำยม ขึ้นมาปิดกั้นลำน้ำยม บริเวณพื้นที่ ต.ท่าไม้ และต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ขวางลำน้ำเป็นบริเวณกว้าง 7-8 เมตร

ทีมข่าว 7HD ลงพื้นที่ร่วมกับ ป.ป.ท. และ กอ.รมน.จ.นครสววรรค์ และนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวกับผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 และ หมู่ 4 ตำบลท่าไม้ และผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ตำบลเกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ลูกบ้านที่มีอยู่ในตำบลของตนเฉลี่ยกว่าร้อยหลังคาเรือน หรือ มีลูกบ้านประมาณ 400-500 คน ต่างประสบปัญหาขาดแคลนน้ำทำการเกษตรและใช้อุปโภคจริง

หลังจากมีการนำทรายที่ดูดจากลำน้ำยม มาปิดกั้นลำน้ำยมมาตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2563 แม้ขณะนี้จะมีฝนตกลงมา แต่ปริมาณน้ำยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ต้องแก้ปัญหาตามเดิมคือ การหาน้ำจากแหล่งอื่นที่ยังมีน้ำขังอยู่และน้ำบาดาล โดยจะต้องผลัดกันสูบน้ำขึ้นมาใช้ประทังความเดือดร้อนไปก่อน จึงอยากให้ผู้นำท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือแก้ไขเปิดคันกั้นทรายที่ขวางกั้นทางน้ำยมออกทั้งหมด เพื่อให้มีน้ำจากแม่น้ำน่านไหลเข้ามาหนุนได้ในช่วงขาดแคลนน้ำ หากยังไม่มีการแก้ไขใดๆ จะมีการเคลื่อนไหวต่อไป นอกจากนี้ ผู้นำชุมชนในพื้นที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ได้มีการดูดทรายจากแม่น้ำยมและนำมาพักเก็บไว้ที่หมู่ที่ 3 ตำบลท่าไม้ ด้วย

ด้านนายสุวัฒน์ จันทร์สุข นายอำเภอชุมแสง ชี้แจงว่า ในเรื่องนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบแล้วว่า ผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ตำบลท่าไม้และตำบลเกยไชย ได้เข้ามามีส่วนพัวพันในเรื่องดังกล่าวอย่างไร โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมาได้ทำหนังสือถึงสำนักงานเจ้าท่าเจ้าภูมิภาค สาขานครสวรรค์ ติดตามสอบถามว่า กลุ่มบุคคลจากท้องถิ่นได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าหรือไม่ เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุดังกล่าวอยู่ในพื้นที่โครงการก่อสร้างขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำภายในประเทศที่แม่น้ำยม เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในฤดูน้ำหลากและเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง เบื้องต้นพบว่า การดำเนินการดังกล่าวยังไม่ได้รับอนุญาตจากรมเจ้าท่า จึงสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำแม่น้ำยม โดยการปิดประกาศในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวแล้ว พร้อมกับ ทางอำเภอ ได้นำประกาศจากอำเภอชุมแสง เรื่อง การเข้าควบคุมดูแลพื้นที่บริเวณแม่น้ำยม หลังลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วพบว่า ชาวบ้านหมู่ที่ 4 และ 5 ตำบลเกยไชย ถึงตำบลท่าไม้ อำเภอชุมแสง เดือดร้อนจริง โดยจากนี้ไปผู้ใดหรือหน่วยงานใดเข้าดำเนินการใดๆ อันทำให้มีการปิดกั้นหรือปรับปรุงพื้นที่แม่น้ำยม ต้องแจ้งนายอำเภอทราบก่อน เบื้องต้นพบว่า มีการเปิดทางกั้นลำน้ำยมกว้างกว่า 2 เมตร ให้มีน้ำไหลผ่านได้บ้างแล้ว

ด้านพันตำรวจโทงามพล บุญลิ่มเต็ง ผอ.กองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 1 (ป.ป.ท.) กล่าวว่า ได้ร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัดนครสวรรค์ และปลัดอำเภอชุมแสง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในบริเวณหมู่ที่ 3 ตำบลท่าไม้ ที่มีการดูดทรายจากแม่น้ำยม โดยพบว่า มีร่องรอยการดูดทรายจากแม่น้ำยมขึ้นมากองไว้ในบริเวณข้างลำแม่น้ำยมในพื้นที่จริงและจากการสอบถามชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ทราบว่า บริเวณดังกล่าวมีคนนำรถมาดูดทรายและขอกองพักไว้จริง โดยก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบ ได้มีการนำทรายดังกล่าวกลับคืนลงสู่ลำแม่น้ำยมทั้งหมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม  สำนักงาน ป.ป.ท.จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน หากพบว่ากรณีดังกล่าวมีการทุจริตและมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง ทางสำนักงาน ป.ป.ท.จะได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ด้านนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบในครั้งนี้ พร้อมกล่าวว่า ในเรื่องนี้มีข้อสงสัยในเรื่องของอำนาจหน้าที่ของผู้นำท้องถิ่นที่เข้ามาดำเนินการจัดจ้างและทำการขุดลำน้ำยม เนื่องจาก กรมเจ้าท่า ยังอยู่ระหว่างประกาศหาผู้รับดำเนินการขุดคลองลำน้ำยม อีกทั้งยังมีโครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมือง ถนนชุมแสง-หนองบัว ที่ต้องใช้ทรายจำนวนมาก แต่ผู้นำท้องถิ่นหนึ่งใน 2 คน มีอาชีพเป็นผู้รับเหมาด้วย จึงมีพฤติการณ์น่าสงสัยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและนายอำเภอชุมแสง รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ต้องตรวจสอบนำไปสู่การแก้ไขเพื่อให้เปิดทางน้ำให้กับชาวบ้านและนำผู้กระทำผิดต่อรัฐมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยระหว่างนี้หากผู้นำท้องถิ่นตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่สามารถขอออกจากตำแหน่งเพื่อเปิดทางให้มีการตรวจสอบโดยไม่ต้องรอให้เกิดการสั่งย้ายได้

นายสมพงษ์ จิรศิริเลิศ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า กรมเจ้าท่าได้พิจารณาคัดเลือกผู้ดำเนินการตามโครงการก่อสร้างขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำภายในประเทศที่แม่น้ำยมแล้วเสร็จและประกาศเมื่อวันที่ 23 ก.ค.63  โดยผู้ชนะการประมูลดำเนินโครงการขุดลอกลำน้ำยมฯ ได้ให้ราคาต่ำสุดในวงเงิน 47.05 ล้านบาทและหลังจากนี้หากไม่มีผู้คัดค้านใน 7 วันจะเรียกทำสัญญาเพื่อเริ่มดำเนินการให้แล้วเสร็จใน 60 วันนับจากวันเซ็นสัญญา ส่วนปัญหาการขุดลำน้ำยมทำคันกั้นทรายขวางทางน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ต.ท่าไม้ อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ จนส่งผลกระทบกับชาวบ้านในพื้นที่ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานครสวรรค์ ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจภูธรชุมแสง พร้อมกับตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาข้อยุติและผู้กระทำผิดแล้ว แต่เบื้องต้นผลการสอบสวนของตำรวจในเรื่องนี้ยังไม่มีใครซัดทอดผู้ก่อสร้างคันกั้นน้ำดังกล่าว โดยหากผลสอบสรุปเป็นที่ชัดเจนจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป