7HD ร้อนออนไลน์

คมนาคม พร้อมรับมือการจราจร วันสุดท้ายหยุดยาว

กระทรวงคมนาคม รายงานสถานการณ์ผลการอำนวยความสะดวกปลอดภัย รองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดยาว ระหว่างวันที่ 24-28 ก.ค. 63 โดยข้อมูลสะสม เมื่อวันที่ 24-27 ก.ค. 63 สามารถจัดบริการขนส่งสาธารณะได้อย่างเพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง โดยมีผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะกว่า 7.27 ล้านคน สูงกว่าประมาณการ 1.55% มีปริมาณการจราจรเข้า-ออก กรุงเทพฯ 10.6 ล้านคัน ในขณะที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคม จำนวน 283 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 40 คน บาดเจ็บ 226 คน สาเหตุหลักของอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตามที่กระทรวงคมนาคมได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว และดูแลความปลอดภัยการเดินทางของประชาชน รวมถึงการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 ในช่วงวันหยุดต่อเนื่องระหว่างวันที่ 24-28  ก.ค. 63 โดยข้อมูลสะสมเมื่อวันที่ 24-27  ก.ค. 63 พบว่า มีประชาชนเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ 7,278,977 คน-เที่ยว สูงกว่าประมาณการ 1.55% มีปริมาณการจราจรเข้า- ออกกรุงเทพฯ จำนวน 10,617,596 คัน ต่ำกว่าประมาณการ 11.36% โดยพบว่าส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ส่วนบุคคล จำนวน 9,983,176 คัน

ส่วนสถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุบนโครงข่ายทางถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม ในวันที่ 24-27 ก.ค. 63 พบว่า มีจำนวนอุบัติเหตุเกิดขึ้น 283 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 40 คน บาดเจ็บ 226 คน บริเวณที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรง 79.15% สาเหตุสำคัญเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด โดยเกิดที่จังหวัดชลบุรี มากที่สุดจำนวน 28 ครั้ง สำหรับอุบัติเหตุที่มีรถจักรยานยนต์เกี่ยวข้องจำนวน 76 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 26 คน เกิดที่จังหวัดพัทลุง มากที่สุด 6 ครั้ง ทั้งนี้ ไม่มีการเกิดอุบัติเหตุในบริการขนส่งสาธารณะ ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางราง และทางอากาศ

สำหรับการเตรียมความพร้อมของระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท ในวันที่ 24-27 ก.ค. 63 สามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง อย่างไรก็ดีพบว่ามีจำนวนผู้ใช้บริการเดินทางด้วยรถ บขส. ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ในการตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ ณ จุดตรวจความพร้อม 121 แห่ง จำนวน 49,119 คัน พบข้อบกพร่อง 32 คัน ได้สั่งให้แก้ไข 31 คัน และเปลี่ยนรถ 1 คัน ส่วนความพร้อมของท่าเรือ/แพ พบมีเรือโดยสารไม่พร้อมใช้งานโดยสั่งห้ามใช้ 2 ลำ ด้านการปฏิบัติงานของพนักงานขับรถ เจ้าหน้าที่รถไฟ รถไฟฟ้า และผู้ประจำเรือไม่พบว่ามีการดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติด แต่อย่างใด  

ปลัดกระทรวงคมนาคม สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์การเดินทางและดำเนินการเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในวันที่ 28 ก.ค. 63 ที่ประชาชนจะเดินทางกลับจากทุกภูมิภาค และจะมีปริมาณการเดินทางที่สูงขึ้น โดยเน้นย้ำให้จัดระเบียบการจราจร ใช้เทคโนโลยีกล้อง CCTV และอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ในการสำรวจสภาพการจราจรบนเส้นทางหลักสำคัญ เพื่อควบคุมและสั่งการให้การบริหารจัดการจราจรมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ให้จัดเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนอย่างเพียงพอตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนการให้บริการรถโดยสารสาธารณะทั้งรถโดยสาร รถไฟ/รถไฟฟ้า เรือ เครื่องบินต้องเคร่งครัดในมาตรฐานความปลอดภัยทั้งพื้นที่สถานี ยานพาหนะโดยสาร และผู้ปฏิบัติหน้าที่ ต้องไม่เกิดการล่าช้าและไม่มีผู้โดยสารตกค้าง พร้อมทั้งรักษามาตรการด้านสาธารณะสุขเพื่อเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเข้มงวด
 
ทั้งนี้ ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถประสานเจ้าหน้าที่ด้านการเดินทาง ช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุและรับเรื่องข้อร้องเรียนต่าง ๆ ได้ที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม โทร. 1356 ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ โทร. 1584 ศูนย์บัญชาการกรมทางหลวง โทร. 1586 ศูนย์ความปลอดภัยกรมทางหลวงชนบท โทร. 1146 ศูนย์ควบคุมทางพิเศษบูรพาวิถี การทางพิเศษแห่งประเทศไทย โทร. 1543 ศูนย์รัชดา ขสมก. โทร. 1348 และศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ รฟท. โทร. 1690