เจาะประเด็นข่าวค่ำ

ตำรวจแจงคดี บอส อยู่วิทยา สิ้นสุดแล้ว ชี้การสอบพยาน 2 ปาก เป็นคำสั่งของอัยการ

พลตำรวจเอกศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดของอัยการ กรณี “บอส อยู่วิทยา” ข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มี 3 กรอบ คือ การสอบสวนและความเห็นชั้นพนักงานสอบสวน การสอบสวนเพิ่มเติมตามคำสั่งพนักงานอัยการ และการดำเนินการพิจารณาความเห็นตาม ป.วิอาญามาตรา 145/1 โดยได้แบ่งหน้าที่ทำงานให้คณะกรรมการแต่ละส่วนรับไปพิจารณา

โดยหลังการประชุมเสร็จสิ้น พลตำรวจเอกศตวรรษ ยืนยันว่า ความเห็นที่ไม่แย้งคำสั่งเด็ดขาดของอัยการในคดีนี้ ถือว่าสิ้นสุดแล้ว ไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงความเห็นได้อีก ส่วนการพิจารณาความเห็นที่อัยการส่งมานั้น ถูกต้องในข้อกฎหมาย และเมื่อดูข้อเท็จจริงแล้ว ตำรวจไม่มีอำนาจตรวจสอบความเห็นของอัยการ หรือขอให้อัยการอธิบายเหตุผลของการสั่งคดีได้ เพราะเป็นการถ่วงดุลอำนาจในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ จะทำหน้าที่สืบหาข้อเท็จจริงว่า การใช้ดุลยพินิจของ พลตำรวจโทเพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แต่ไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะรื้อฟื้น หรือสืบสวนเพิ่มเติม เพราะคดีผ่านชั้นสืบสวนของตำรวจแล้ว และแม้ว่าทางกระบวนการของตำรวจจะเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่ครอบครัวผู้เสียหายยังสามารถฟ้องร้องคดีต่อศาลได้เองตามกระบวนการยุติธรรม

ส่วนกรณีพยานใหม่ 2 ปากที่เพิ่งปรากฏออกมานั้น พลตำรวจโทจารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนไม่เกี่ยวข้องกับพยานใหม่นี้ เนื่องจากอัยการเป็นฝ่ายมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำเพิ่ม หลังผู้ต้องหายื่นร้องขอความเป็นธรรมกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งพนักงานสอบสวนก็ทำตามขั้นตอนที่อัยการกำหนดเท่านั้น โดยไม่สามารถก้าวล่วงกับการให้น้ำหนักพยาน 2 ปากนี้ และยืนยันว่าคณะกรรมการชุดนี้ จะไม่มีการฟอกขาวให้กับใครทั้งสิ้น

สำหรับผลการตรวจสอบของคณะกรรมการชุดนี้ จะไม่มีผลต่อคดีความ เพราะคดีสิ้นสุดแล้ว หลังตำรวจมีความเห็นไม่ฟ้อง 1 ข้อหา และสั่งฟ้องข้อหาอื่นทั้งหมด และจะไม่เกี่ยวข้องกับผลการตรวจสอบของอัยการสูงสุด แต่หากพบว่ามีการใช้ดุลยพินิจโดยไม่ชอบ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาความผิดทางวินัยและอาญาต่อไป