เจาะประเด็นข่าวค่ำ

เปิดภาพอีกมุม นาทีคนร้ายยิงถล่มคู่อริกลางเมืองพัทลุง – ตำรวจเตรียมออกหมายจับ

ความคืบหน้าเหตุอุกอาจ กลุ่มคนร้ายใช้ปืนยิงถล่มใส่คู่อริกว่า 50 นัด หน้าธนาคารแห่งหนึ่ง กลางเมืองพัทลุง ทำให้ นายรัตนพงศ์ จันทร์ปน คนขับรถเก๋งเสียชีวิต จากนั้นคนร้ายยังมาจ่อยิงคนที่อยู่ภายในรถ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอีก 2 คนคือ นายภาสกร ดำสนิท และ นายอรรถกร นุ่นปาน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ตำรวจไล่ภาพจากกล้องวงจรปิด จนได้ภาพอีกมุม บริเวณหน้าธนาคาร สามารถจับภาพนาทีเกิดเหตุ ซึ่งเห็นใบหน้าคนร้ายได้อย่างชัดเจน จากภาพจะเห็นรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ ที่มีนายรัตนพงศ์เป็นคนขับ ขับเข้ามาจอดหน้าธนาคารช่วงประมาณ 02.12 น. จากนั้นเขาเปิดประตูเดินลงมาแล้วพูดคุยโทรศัพท์อยู่กับใครบางคน ก่อนกลับไปนั่งรออยู่บนรถ

ระหว่างนั้นมีชาย 2 คน เดินลงมาจากรถซึ่งจอดอยู่ริมถนนด้านหลัง แล้วมายืนอยู่ที่บนทางเท้า ไม่นานก็มีรถกระบะอีกคันขับเข้ามาจอด

จากนั้นชายคนขับรถกระบะก็เดินลงจากรถ ตรงเข้ามาหานายรัตนพงศ์ซึ่งมายืนรออยู่ที่ท้ายรถเก๋ง ก่อนชักปืนพกสั้นกระหน่ำยิง โดยมีชายอีกคนถือปืนยาวเข้ามายิงด้วย จนนายรัตนพงศ์ล้มลงไปกับพื้น จากนั้นชายขับกระบะก็ยังใช้ปืนจ่อยิงที่ศีรษะนายรัตนพงศ์ซ้ำจนเสียชีวิตคาที่

ฝ่ายชายที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับภายในรถเก๋ง อาศัยจังหวะที่กลุ่มคนร้ายเดินกลับไปที่รถ เปิดประตูวิ่งหนีตายไปอย่างรวดเร็ว ส่วนคนที่อยู่เบาะหลังอีก 2 คน พยายามเปิดประตูรถหวังหลบหนีไปด้วย แต่ไม่ทัน ถูกคนร้ายสังเกตเห็น วิ่งย้อนกลับมาใช้ปืนกระหน่ำยิงไม่ยั้ง จากนั้นคนร้าย 2 คนที่มีปืนยาว ได้เดินกลับไปที่รถของตัวเอง แล้วย้อนกลับมาใช้ปืนจ่อยิงซ้ำอีกครั้งจนกระสุนหมด คนร้ายจึงชักปืนพกสั้นที่เอวกระหน่ำยิงซ้ำอีก ก่อนจะพากันขึ้นรถเก๋ง ซึ่งมีศพของคู่อริขับหลบหนีไป

ด้านพ่อของนายภาสกร หนึ่งในผู้เสียชีวิตบอกว่า ก่อนหน้านี้ลูกชายออกจากบ้านไปตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยบอกว่าจะไปหาเพื่อนในตัวเมืองพัทลุง กระทั่งหลานชายมาบอกว่าเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นและลูกชายเสียชีวิตแล้ว พ่อบอกอีกว่าลูกชายเพิ่งเกณฑ์ทหารไปโดยจับได้ใบดำ จึงตั้งใจว่าจะบวช แต่มาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นเสียก่อน โดยอยากขอความเป็นธรรมให้กับทางครอบครัวด้วย

ล่าสุด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า ปมเหตุน่าจะเกิดจากนายรัตนพงศ์ ซึ่งเป็นคนขับรถเก๋ง โดยให้น้ำหนักไปที่เรื่องความขัดแย้งส่วนตัวจากเหตุทะเลาะกัน ส่วนสาเหตุจะต้องติดตามตัว นายชลธิต แซ่หลี ผู้นั่งเบาะข้างคนขับ และเป็นคนเดียวที่รอดชีวิตมาสอบสวนให้ชัดเจนอีกครั้ง จากการตรวจสอบประวัติผู้เสียชีวิต พบว่า 2 คน มีประวัติเคยถูกจับในข้อหายาเสพติด โดยเฉพาะนายรัตนพงศ์ยังเคยถูกจับในคดีเกี่ยวกับทรัพย์หลายคดี

เบื้องต้น ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี และอยู่ระหว่างสอบปากคำพยานที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เพื่อเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมออกหมายจับคนร้ายทั้ง 3 โดยคาดว่าน่าจะสามารถออกหมายจับได้ภายใน 2 วันนี้ (30 ก.ค.)