สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ไปทีละก้าว ตรวจสอบคดี บอส อยู่วิทยา

มีความคืบหน้าในทุกวันกับการตรวจสอบสำนวนการสั่งไม่ฟ้อง "บอส อยู่วิทยา" ทั้งในฝั่งของตำรวจและอัยการ ที่กำลังลงลึกหารายละเอียดความบกพร่องของคดีตามที่สังคมตั้งข้อสงสัย แต่ยังไม่ทันได้คำตอบ ก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับหนึ่งในพยานปากสำคัญ ที่ทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยทันทีว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นแค่เรื่องบังเอิญ หรือจงใจให้เกิดขึ้น ไปลงสนามข่าวนี้กับคุณธนนันท์ วงศ์วศวัฒน์

ทันทีที่ปรากฏข่าวการเสียชีวิตของ นายจารุชาติ มาดทอง ผู้ที่มีรายชื่อเดียวกับหนึ่งในพยานที่ช่วยพลิกคดีให้ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ "บอส อยู่วิทยา" ไม่ถูกสั่งฟ้องในคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิต เมื่อปี 2555 ในการพิจารณาชั้นอัยการ ก็ทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยเรื่องนี้ขึ้นมาทันทีว่า การเสียชีวิตดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุจริง หรือมีเงื่อนงำใดแอบแฝงกันแน่ เพราะผู้เสียชีวิตเพิ่งมีชื่อถูกเรียกไปให้การกับคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน หรือ กมธ. ในวันที่ 5 สิงหาคมนี้

ซึ่งแม้ว่าการเสียชีวิตดังกล่าวอาจส่งผลต่อการชี้แจงต่อ กมธ. แต่ในการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของตำรวจ พลตำรวจเอก ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกว่า ไม่ส่งผลต่อคณะกรรมการชุดนี้ เพราะได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบรายละเอียดการทำสำนวนคดีเก่าของ "บอส อยู่วิทยา" ไม่มีหน้าที่ให้ไปสอบสวนประเด็นใหม่เพิ่มเติม

ส่วนการลงลึกตรวจสอบพิจารณาข้อเท็จจริงตามกรอบที่วางไว้ 3 แนวทาง คือ การสอบสวนและความเห็นชั้นพนักงานสอบสวน, การสอบสวนเพิ่มเติมตามความเห็นของอัยการ และตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจไม่แย้งสำนวน ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ที่การพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงเข้าสู่วันที่ 3 วันนี้ที่ประชุมจะมีการเรียกตำรวจทุกนายที่เกี่ยวข้องกับการทำสำนวนคดี เข้าชี้แจงว่าการสอบสวนที่ผ่านมา ทำไปถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ หรือมีความขาดตกบกพร่องอย่างไร เพื่อตรวจดูข้อเท็จจริงตามที่ได้วางแนวทางไว้ว่าจะต้องมีการเรียกสอบสวนใครบ้าง ซึ่งความคืบหน้าหลังการประชุม จะมีการแถลงต่อสื่อมวลชนอีกครั้งในวันนี้

ส่วนการตรวจสอบการพิจารณาสั่งไม่ฟ้อง "บอส อยู่วิทยา" ของคณะกรรมการพิจารณาข้อเท็จจริง จากสำนักงานอัยการสูงสุด วันนี้เดินหน้าเข้าสู่วันที่ 4 แล้ว หลังการประชุมที่ผ่านมายังไม่ได้ข้อยุติ ซึ่งรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ชี้แจงว่า เพราะการพิจารณาเอกสารเป็นการทำแบบค่อยเป็นค่อยไป พิจารณาทุกประเด็นไปพร้อม ๆ กัน เพื่อนำข้อเท็จจริงไปตอบสังคมให้ได้ทุกประเด็นที่ถูกตั้งข้อสงสัย

ส่วนเรื่องที่ต้องไปชี้แจงกับ กมธ. ในวันที่ 5 สิงหาคม ได้นำประเด็นข้อสงสัยต่าง ๆ ที่เคยถูกตั้งคำถาม ไปพิจารณากับที่ประชุมเพื่อเตรียมคำตอบไปตอบแล้ว โดยเชื่อว่าจะสามารถตอบได้ครบทุกประเด็นเช่นเดียวกัน

การตรวจสอบความจริงของแต่ละคณะฯ กำลังคืบหน้าไปทีละก้าวอย่างระมัดระวัง เพราะงานนี้ไม่ใช่แค่การตอบต่อสังคมไทย แต่ต้องชี้แจงข้อเท็จจริงกับคนทั้งโลกที่กำลังจับตามอง คาดหวังให้ข้อเท็จจริงปรากฏ ไม่ใช่ปาหี่ มวยล้ม ต้มคนดู