เช้าข่าว 7 สี

เปิดโทษทางวินัยตำรวจทำคดีบกพร่อง

จากข้อมูลหลักเกณฑ์การกำหนดแนวทางการพิจารณาและแนวทางการลงโทษวินัยของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ การลงโทษผิดวินัยร้ายแรง มีการลงโทษตั้งแต่ปลดออก ไล่ออกหรือให้ออก

อีกรูปแบบ คือ การลงโทษผิดวินัยไม่ร้ายแรง มีโทษตั้งแต่การกักขัง กักยาม คือ การกักตัวไว้ภายในพื้นที่บริเวณเฉพาะที่ผู้บังคับบัญชาระบุไว้

อย่างการกักขัง คือ การจำกัดบริเวณไว้ภายในห้องขังหรือห้องควบคุมตัวภายในสถานีตำรวจนั้นๆ
การกักยาม คือ การให้ไปประจำหรือทำงานที่สถานที่นั้นๆ โดยไม่ให้เดินทางกลับที่พักและต้องทำงานในจุดที่ระบุไว้จนกว่าจะหมดโทษ
การภาคทัณฑ์ คือ การคาดโทษว่าหากมีการกระทำผิดอีกจะถูกลงโทษอื่นๆ ที่ร้ายแรงมากขึ้น

ความผิดวินัยที่เกี่ยวข้องกับการทำสำนวนการสอบสวนบกพร่องอยู่ในการผิดวินัยไม่ร้ายแรง แต่หากดูความผิดที่เกี่ยวข้องหรือคล้ายคลึงกับคดีของบอส อยู่วิทยา มีอยู่ด้วยกัน 4 ข้อ คือ การทำสำนวนการสอบสวนคดีอาญาล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามระเบียบให้ลงโทษ กักยาม 3 วัน

สอบสวนเพิ่มเติมล่าช้าจนพนักงานอัยการ มีหนังสือเตือนหลายครั้งหรือเตือนถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูง โดยไม่มีเหตุอันควร ความผิดนี้มีโทษภาคทัณฑ์หรือกักยาม 3 วัน ตามควรแก่กรณี

ทำสำนวนการสอบสวนหรือสำเนาการสอบสวนสูญหายและเกิดความเสียหายไม่ร้ายแรง มีโทษภาคทัณฑ์หรือกักยาม 3 วัน ตามควรแก่กรณี

การทำสำนวนการสอบสวนคดีอาญาโดยไม่สอบสวนรายละเอียดหรือรวบรวมพยานหลักฐานให้เพียงพอ เป็นเหตุให้พนักงานอัยการ สั่งไม่ฟ้อง อันนี้มีโทษเพียงภาคทัณฑ์หรือกักยาม 3 วัน ตามควรแก่กรณีเท่านั้น

ซึ่งในคดีของบอส ได้มีการยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. พิจารณาการทำสำนวนล่าช้าจนทำให้คดีหมดอายุความ ว่ามีมูลความผิดหรือไม่ และ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดนี้แก่พนักงานสอบสวนในคดีดังกล่าวแล้วว่าเป็นความผิดทางวินัย ก่อนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีการลงโทษเพียงภาคทัณฑ์และกักยามตามที่ระบุไว้ข้างต้น

ซึ่งหลายคนมองว่าอาจจะเบาเกินไป เพราะในอดีตการกักขังหรือการกักยามเป็นเรื่องที่สร้างความลำบากให้กับเจ้าหน้าที่ แต่ปัจจุบันแตกต่างออกไปเนื่องจากมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้โทษเหล่านี้อาจดูเบาเกินไป จึงมีการเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำความผิดที่เกี่ยวข้องกับสำนวนคดีเหล่านี้ ขึ้นไปอยู่ในโทษที่ร้ายแรงหรือระบุการลงโทษที่รุนแรงกว่านี้ เพราะเกิดความเสียหายแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีนั้นๆ

แต่ในข้อเท็จจริงแล้วนอกเหนือจากการลงโทษทางวินัยยังมีการลงโทษทางอาญา หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้มูลความผิดว่าเป็นการบกพร่องหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จะต้องส่งเรื่องไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ให้พิจารณาว่าเจ้าหน้าที่นายนั้นๆ กระทำความผิดข้อหาหรือไม่ ซึ่งศาลจะพิพากษาลงโทษตามแต่กรณีไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง