7HD ร้อนออนไลน์

ผู้ต้องหาบุกปล้ำน้องเมีย ผูกคอดับคาห้งขัง

พ.ต.ท.วิเชียร พรหนองแสน หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรหนองไทร อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากผู้ใต้บังคับบัญชาว่า มีการผู้ต้องหาผูกคอเสียชีวิตในห้องขัง เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนจะประสานแพทย์เวรร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ  

ที่เกิดเหตุภายในห้องขัง สภ.หนองไทร พบว่า นายมด (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ผู้ต้องหา ใช้ผ้าที่เป็นผ้าห่มผูกคอเสียชีวิตในห้องขัง ในสภาพห้องติดกับลูกกรง ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยบาดแผล มีเพียงรอยเขียวช้ำบริเวณลำคอจากการผูกคอเสียชีวิตเท่านั้น แต่ก็จะส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ อีกครั้ง 

โดยนายมด ถูกจับกุม เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา หลังจากมีชาวบ้านแจ้งว่า เมาสุราอาละวาด แล้วไปก่อเหตุงัดบ้านน้องเมีย ก่อนจะบุกเข้าไปใช้กำลังปลุกปล้ำน้องเมีย แต่เหยื่อฮึดสู้และร้องตะโกนให้คนช่วยจึงรอดออกมาได้ ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาควบคุมตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ไปควบคุมตัวนายมด มาสงบสติอารมณ์ที่ห้องขัง สภ.หนองไทร และรอพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนในตอนเช้า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย     ซึ่งระหว่างที่ถูกคุมตัวในห้องขังนายมด ก็ยังแสดงอาการโวยวายตลอด  เจ้าหน้าที่ก็ได้ให้ถอดกางเกงขายาว และเข็มขัด ออกไว้ด้านนอก ให้เหลือเพียงกางเกงขาสั้น และเสื้อยืดแขนสั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ก่อเหตุผูกคอเสียชีวิต     กระทั่ง 6 โมงเช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินมาตรวจดู ก็พบว่านายมด ได้ใช้ผ้าผูกคอกับลูกกรงห้องขังเสียชีวิตแล้ว และเมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ก็พบว่านายมด ได้ใช้ผ้าที่ไว้สำหรับห่มผูกคอตัวเองเสียชีวิตเมื่อเวลา 01.40 น.       

ด้านนายเพียว อรัญพันธ์ ผู้ใหญ่บ้าน เผยว่า เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า นายมด ดื่มสุราจนมึนเมาแล้วอาละวาด และไปก่อเหตุงัดบ้านน้องเมียจนพังเสียหาย ก่อนจะใช้กำลังพยายามปลุกปล้ำขืนใจน้องเมีย แต่น้องเมียไม่ยอมฮึดสู้เต็มแรง แล้วตะโกนให้คนมาช่วย ซึ่งตอนนั้นพบว่านายมด ได้ถอดเสื้อผ้าออกหมดแล้ว เหลือแต่ตัวล่อนจ้อน จึงได้แจ้งตำรวจให้มาจับกุมตัว กระทั่งตอนเช้ามาทราบข่าวว่านายมด ได้ผูกคอเสียชีวิตในห้องขังแล้ว ก็คิดว่าอาจจะกลัวความผิดจึงได้คิดสั้น ซึ่งที่ผ่านมานายมด ก็จะมีพฤติกรรมดื่มสุรามึนเมาอาละวาดแบบนี้เป็นประจำ คนในหมู่บ้านก็รู้แต่ไม่มีใครอยากยุ่ง

ขณะที่ทางตำรวจ ได้ส่งศพนายมด ไปตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมแจ้งญาติให้ทราบแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง