7HD ร้อนออนไลน์

พฐ.เร่งเก็บหลักฐานปิดคดีพยานปากสำคัญบอส อยู่วิทยา ดับกะทันหัน

เมื่อช่วงบ่านที่ผ่านมา พล.ต.ต.ดิเรก ธนานนท์นิวาส ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 นำเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกว่า 10 นาย เดินทาง สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อตรวจสอบและเก็บหลักฐานร่องรอยการเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน ครข 221 เชียงใหม่ โดยมีนายจารุชาติ มาดทอง อายุ 40 ปี พยานปากสำคัญในคดี นายบอส หรือ วรยุทธ อยู่วิทยา เป็นผู้ขับขี่ และรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน 7 ค 2340 เชียงใหม่ ของนายสมชาย ยาวิโน อายุ 50 ปี คู่กรณี โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ในการค้นหาร่องรอยจากรถจักรยานยนต์ทั้ง 2คัน พร้อมกับประมวลเหตุการณ์ที่มีการนำน้ำหนักตัวผู้ขับขี่ทั้งสองคันมาคำนวณร่วมกับความเร็วของรถขณะเกิดเหตุและยังได้เชิญช่างผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการทำงานของเครื่องยนต์ทั้งหมดของรถจักรยานยนต์มาร่วมตรวจสอบด้วย

พล.ต.ต.ดิเรก กล่าวว่า ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ท.วิเชียร ตันตระวิระยะ ผบช.สพฐ.ตร. ให้เร่งตรวจหาร่องรอยการเฉี่ยวชนเพื่อนำมาประกอบสำนวนในคดี โดยต้องส่งหลักฐานวัตถุพยานทั้งหมดไปตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการก่อน นำมาใช้ร่วมกับการตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งระยะใกล้และไกล ตลอดจนการสอบปากคำพยาน เพื่อประมวลภาพเหตุการณ์ทั้งหมด จึงขอยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดวันนี้แต่จะทำให้เร็วที่สุด คาดว่า หลังตรวจสอบแล้วเสร็จจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการต่อไป
         
ส่วนความคืบหน้าในการสอบสวนคดี พ.ต.อ.รณชัย รอดลอย ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ กล่าวว่า ยังต้องรอผลการชันสูตรพลิกศพนายจารุชาติ ออกมาก่อน ส่วนการเดินทางไปบ้านเกิดของนายจารุชาติ ใน จ.เชียงราย ครอบครัว ยังคงยืนยันไม่ทราบว่า นายจารุชาติไปเป็นพยานในคดีสำคัญของนายบอส ที่มีการขับรถชนตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต รวมทั้งยังมีรายงานแจ้งว่า นายจารุชาติ มีชื่อเป็นลูกจ้างทำงานอยู่ในสำนักงานทนายความแห่งหนึ่งใน ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ แต่ไม่มีการยืนยันข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทราบเพียงว่า มีการตรวจสอบข้อมูลบางอย่างที่อาจจะเกี่ยวพันกับคดีของนายบอส แต่ยังไม่เป็นที่เปิดเผย

ขณะที่พนักงานสอบสวน วันนี้ได้มีการเชิญตัวนายสมชาย คู่กรณีจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนเข้ากับพยานปากสำคัญของนายบอส มาสอบปากคำเพิ่มเติมและได้ส่งตัวไปตรวจที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เนื่องจากนายสมชายบอกกับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกเจ็บระบมกับบาดแผลจากอุบัติเหตุและยืนยันว่า ตนเองไม่ได้เป็นคนขี่รถชนคู่กรณีตามที่หลายคนสงสัย แต่ถูกคู่กรณีที่ขี่รถชนท้ายตน และขณะนี้ชุดสืบสวน ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในเส้นทางที่นายจารุชาติ ขี่รถจักรยานยนต์มาก่อนประสบอุบัติเหตุ เพื่อตอบข้อสงสัยว่าก่อนจะเกิดการเฉี่ยวชนมีรถคันอื่นขับขี่ติดตามมาหรือไล่มา จนทำให้ต้องขี่จักรยานยนต์หลบหนีหรือไม่ด้วย