เจาะประเด็นข่าวค่ำ

รู้ตัวแล้ว กลุ่มชายฉกรรจ์ขับปอร์เช่ยิงถล่มบ้านอริ ปมขัดแย้งธุรกิจหน้ากากอนามัย

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (31 ก.ค.) ตำรวจ สน. หลักสอง รับแจ้งเหตุยิงกันที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 2 ซอย 11 จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบผู้เสียหายเป็นชายอายุ 44 ปี เจ้าของบ้าน ให้การว่า มีคนร้ายซึ่งน่าจะเป็นคู่อริที่มีปัญหากันเรื่องธุรกิจ ที่ก่อนหน้านี้อ้างว่าจะเข้ามาพูดคุยเคลียร์ปัญหา แต่ต่อมากลับพาพวกเป็นชายฉกรรจ์ประมาณ 7 คน ขับรถเข้ามา 3 คัน แล้วเปิดฉากใช้ปืนยิงถล่ม เข้ามาภายในซอยบ้านของตัวเอง ขณะนั้นตัวเขาอยู่หน้าบ้าน จึงวิ่งเข้าไปเอาปืนมายิงสวนป้องกันตัว ทำให้กลุ่มคู่กรณี พากันหลบหนี โดยหนึ่งในนั้นทิ้งรถปอร์เช่ สีเหลือง ป้ายแดง เอาไว้

ล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนตกเกลื่อน พร้อมเก็บหลักฐานเพิ่มเติม และสอบปากคำเจ้าของบ้าน ซึ่งให้การอ้างว่าฝ่ายกลุ่มรถปอร์เช่ มีปัญหาโกงสินค้าหน้ากากอนามัยกับผู้เสียหายจำนวนมาก เป็นลักษณะโพสต์ขายสินค้าโดยให้โอนเงินแล้วแต่ส่งให้ไม่ครบ ต่อมาผู้เสียหายทวงถาม กลุ่มคู่กรณีกลับแอบอ้างว่าที่ไม่สามารถส่งของให้ได้เพราะมีปัญหากับตัวเองอยู่ จึงตัดสินใจจ้างทนายความเอาผิดเนื่องจากทำให้เสียชื่อ และได้เข้าไปช่วยเหลือเรื่องคดีกับผู้เสียหายคนอื่นด้วย จนทำให้คู่กรณีไม่พอใจ มีการโพสต์ท้าทายและนัดจะมาเคลียร์ปัญหากัน จนมาเกิดเหตุ

พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ได้รับรายงานจากตำรวจ สน.หลักสอง ว่าหลังเกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บ 1 คน เป็นกลุ่มของรถปอร์เช่ ถูกยิงที่แขนซ้าย เข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จึงสอบสวนทั้ง 2 ฝ่าย จนทราบว่าสาเหตุเกิดจากขัดแย้งธุรกิจขายหน้ากากอนามัย ฝ่ายรถปอร์เช่จึงพาพวกมาก่อเหตุ

เบื้องต้นตำรวจรู้ตัวทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานเพิ่มเติมถึงสาเหตุ รวมถึงความเชื่อมโยงเรื่องธุรกิจหน้ากากอนามัย ด้านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจเร่งไล่ล่ากดดันและจับกลุ่มผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว เพราะเป็นเหตุอุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมาย และตำรวจต้องทำงานกันอย่างระมัดระวังมากที่สุด เนื่องจากคนร้ายมีปืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง