เจาะประเด็นข่าวค่ำ

อดีต สว. คนดังเชียงใหม่ รับพยานปากเอกคดี บอส อยู่วิทยา เคยเป็นลูกน้อง แต่ไม่รู้เรื่องคดี

ความคืบหน้ากรณี นายจารุชาติ มาดทอง พยานปากเอกคดี “บอส อยู่วิทยา” ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันในจังหวัดเชียงใหม่ ต่อมามีการตรวจสอบระบบประกันสังคม พบว่าเขามีชื่อเป็นลูกจ้างบริษัททนายความแห่งหนึ่ง ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ นายชูชัย เลิศพงศ์อดิศร หรือ “สว.ก๊อง” อดีตสมาชิกวุฒิสภา และประธานสโมสรฟุตบอลเชียงใหม่ยูไนเต็ด ที่สนิทสนมใกล้ชิดกับตระกูล “อยู่วิทยา” จากการร่วมทำธุรกิจร้านอาหารชื่อดัง และสนับสนุนทีมฟุตบอล รวมถึงสนิทสนมกับที่ปรึกษากฎหมายของตระกูลนี้ด้วย

ล่าสุดวันนี้ (1 ส.ค.) นายชูชัยออกมาชี้แจงว่า ไม่ได้สนิทสนมใกล้ชิดกับนายจารุชาติเป็นการส่วนตัว แต่มีคนรู้จักพามาฝากให้ช่วยทำงานทั่วไป เมื่อหลายเดือนที่แล้ว โดยไม่ใช่งานประจำ และให้นายจารุชาติใช้พื้นที่โกดังเก็บของหลังสำนักงานกฎหมายเป็นที่พัก แต่ไม่รู้มาก่อนว่านายจารุชาติชื่อจริงว่าอะไร และไม่รู้ว่าเป็นพยานในคดี “บอส อยู่วิทยา”

กระทั่งก่อนนายจารุชาติจะเสียชีวิต เพิ่งรู้จากสื่อมวลชน และเตรียมจะเรียกมาถาม แต่ก็เกิดเหตุเสียก่อน ส่วนกรณีข้าวของส่วนตัวของนายจารุชาติ ที่มีการตั้งประเด็นกันว่ามีชายลึกลับนำไปส่งให้ที่โรงพยาบาลระหว่างญาติรับศพนั้น ชายคนดังกล่าวก็คือคนที่พาตัวมาฝากทำงาน

สำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับตระกูล “อยู่วิทยา” ยอมรับว่ามีความสัมพันธ์ในฐานะผู้สนับสนุนสโมสรฟุตบอล ด้วยเงิน 10 ล้านบาท ส่วนร้านอาหาร ตัวเขาไม่ได้เป็นเจ้าของแล้ว ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าเคยมีการพูดคุยกันบ้างเกี่ยวกับคดี แต่เป็นลักษณะเล่าสู่กันฟัง ยืนยันไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือวิ่งเต้นช่วยเหลือใดๆ

ด้านบรรยากาศงานศพนายจารุชาติ ที่จังหวัดเชียงรายลูกสาวให้ข้อมูลว่า เธอก็เพิ่งรู้ว่าพ่อเป็นพยานคดีนี้ ตอนที่มีชื่อเผยแพร่ทางสื่อมวลชน เพราะไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน ถ้าการเสียชีวิตไม่ใช่อุบัติเหตุก็อยากรู้ว่าตายเพราะอะไร ส่วนโทรศัพท์ที่ญาติบอกว่ามีคนเอามาให้ที่โรงพยาบาล แต่ไม่มีใครรู้จัก โดยมาในสภาพตัวเครื่องแตกละเอียดไม่เห็นซิมการ์ดอยู่ในเครื่องแล้ว

ขณะที่ญาติรายหนึ่งให้ข้อมูลว่าก่อนหน้านี้ราว 1 เดือน นายจารุชาติพยายามเก็บตัวไม่ไปไหน เพราะมีคนเตือนว่าระวังจะมีการตัดตอน ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคืนนั้นถึงออกจากบ้าน รวมถึงตั้งข้อสังเกตกรณีที่เขากลับมาบ้านช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เป็นช่วงโรคโควิด-19 น่าจะต้องมากักตัว แต่นายจารุชาติกลับอยู่แค่ 4-5 วัน แล้วไปอยู่กับทนายที่จังหวัดเชียงใหม่

ส่วนเรื่องนำศพออกจากโรงพยาบาล ถูกดำเนินการอย่างเร่งด่วน ญาติอยู่ในสภาพเสียใจและมึนงง เลยไม่มีใครบอกรายละเอียดได้ว่า มีการผ่าพิสูจน์ถึงสาเหตุการเสียชีวิตหรือไม่ ล่าสุดได้ปรึกษากัน แต่มองว่าพวกเราชาวบ้านทำอะไรไม่ได้ แม้จะรู้ว่าสังคมสงสัยก็ตาม