สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

เปิดภาพวงจรปิดใหม่พบ จารุชาติ มาดทอง พยานคดีบอส อยู่วิทยา กับคู่กรณีรู้จักกัน

นี่เป็นภาพจากกล้องวงจรปิด ที่ตำรวจได้มาเพิ่ม จะเห็นว่ามีรถจักรยานยนต์ของ นายจารุชาติ มาดทอง พยานคนสำคัญในคดีของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา และรถจักรยานยนต์ของ นายสมชาย ตาวิโน จอดอยู่ โดยคลิปวิดิโอปรากฏภาพทั้ง 2 คน ยืนคุยกันอยู่ที่หน้าร้าน ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์ตามกันไป หลังชุดสืบสวนได้เห็นภาพดังกล่าว จึงไปสอบถามพยานบุคคล ซึ่งเป็นเจ้าของร้านคาราโอเกะ และพนักงาน ทำให้ทราบว่า นายสมชายให้การไม่ตรงกับความจริง เพราะตอนแรก อ้างว่า ไม่เคยรู้จักกับนายจารุชาติ และไม่ได้ขี่รถตามกันมาแต่อย่างใด

ตำรวจได้เรียกนายสมชายมาเค้นสอบเพิ่ม ที่สุดนายสมชายได้กลับคำให้การ โดยอ้างว่าเกิดจากความเมา จึงให้การสับสน และเล่าลำดับเหตุการณ์ใหม่ ว่าก่อนเกิดเหตุ เขาได้ไปดื่มสุราที่ร้านคาราโอเกะดังกล่าว ซึ่งนายจารุชาติก็นั่งดื่มสุราที่ร้านเดียวกัน แต่ยืนยันว่าไม่ได้ไปด้วยกัน และนั่งกันคนละโต๊ะ กระทั่งร้านใกล้จะปิด เขาจึงเดินออกมา พบกับนายจารุชาติที่กำลังจะกลับเช่นกัน จึงได้พูดคุยกัน และเกิดถูกชะตา จึงชักชวนกันไปหาหญิงสาวคนหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยนายสมชายขี่รถนำ ส่วนนายจารุชาติขี่รถตาม กระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ นายจารุชาติพยายามเร่งเครื่องแซง จนเกิดเฉี่ยวชนกัน

ส่วนการรวบรวมสำนวนคดี ขณะนี้ตำรวจยังรอผลจากกองพิสูจน์หลักฐาน และผลตรวจร่างกายของทั้ง 2 คน ว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ หรือพบสารอื่นในร่างกายหรือไม่ เบื้องต้นได้แจ้งข้อหานายสมชาย ขับรถโดยประมาทไปแล้ว ส่วนประเด็นอื่นๆ ก็จะสืบสวนให้เกิดความกระจ่างโดยเร็ว

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหว ที่สังคมจับตา หลังพบว่า นายจารุชาติมีชื่อในระบบประกันสังคม ระบุเป็นลูกจ้างในบริษัททนายความแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่ง ซึ่งนักการเมืองคนนี้ มีความสนิทสนมใกล้ชิดกับคนในตระกูล "อยู่วิทยา" ที่ร่วมทำธุรกิจร้านอาหารชื่อดัง และสนับสนุนทีมฟุตบอล ที่นักการเมืองคนนี้เป็นประธานสโมสรอยู่ และยังสนิทสนมกับที่ปรึกษากฎหมายของตระกูล "อยู่วิทยา" อีกด้วย

วานนี้ (1 ส.ค.) นายชูชัย เลิศพงศ์อดิศร หรือ “สว.ก๊อง” อดีตสมาชิกวุฒิสภา และประธานสโมสรฟุตบอลแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งโต๊ะแถลงประเด็นที่ถูกพาดพิง และถูกเชื่อมโยงในคดีของนายวรยุทธ โดยยืนยันว่า ตนเองไม่ได้สนิทสนมกับนายจารุชาติเป็นการส่วนตัว แต่ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณเดือนมกราคมมีคนรู้จัก พานายจารุชาติมาฝากให้ช่วยทำงาน ซึ่งเขามักจะให้นายจารุชาติ ดูแลสนามฟุตบอลของสโมสร เป็นครั้งคราว แต่ไม่ได้ว่าจ้างเป็นพนักงานประจำ เมื่อมีผู้ว่าจ้างรายอื่น นายจารุชาติก็จะไปรับจ้างทั่วไป แต่ยอมรับว่าบางครั้งนายจารุชาติก็จะใช้พื้นที่ในโกดังเก็บของหลังบ้านน้องสาวของตนเองในย่านแม่เหียะ และเป็นที่ตั้งสำนักงานกฎหมายเป็นที่พักชั่วคราว ส่วนที่มีชื่อเป็นพนักงานในสำนักงานกฎหมายที่เช่าพื้นที่ของน้องสาวตนเองเปิดสำนักงานนั้น ไม่ทราบรายละเอียด คงต้องสอบถามกับทางสำนักงานกฎหมายดังกล่าวโดยตรง

ขณะที่ความสัมพันธ์กับตระกูล “อยู่วิทยา” นายชูชัย ยอมรับว่ารู้จักกันในฐานะที่ (บริษัทกระทิงแดง) เป็นผู้สนับสนุนสโมสรฟุตบอล ซึ่งให้การสนับสนุนเป็นเวลา 3 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรเมื่อปี 2560 ส่วนร้านอาหารที่มีการระบุว่าเป็นหุ้นส่วน ตนเองไม่ได้เป็นเจ้าของแล้ว นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า ในฐานะที่รู้จักกันกับตระกูลอยู่วิทยา เคยมีการพูดคุยกันเกี่ยวกับคดีของนายวรยุทธบ้าง แต่เป็นในลักษณะของการเล่าสู่กันฟังเท่านั้น ยืนยันว่าไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือรับปากวิ่งเต้นช่วยเหลือใดๆ และไม่เคยทราบว่าจารุชาติเป็นพยานในคดีดังกล่าว เพิ่งมาทราบพร้อมๆ กับคนทั่วประเทศ

อีกหนึ่งนายจ้างของนาย จารุชาติ คือ นายวัลลภ ใจชื้น ซึ่งเป็นผู้ที่พานายจารุชาติไปฝากทำงานกับนายชูชัย ได้เปิดเผยกับทีมข่าว ว่าเขารู้จักกับนายจารุชาติ ตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 62 ช่วงที่นายจารุชาติขับรถส่งปลา ด้วยความที่นายจารุชาติ เป็นคนอัธยาศัยดี คุยกันถูกคอ  จึงว่าจ้างให้ขับรถส่งของเป็นรายครั้ง แต่งานมีไม่มาก จึงได้ติดต่อไปหานายชูชัย เพราะเป็นผู้ใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ที่รู้จัก เพื่อให้ช่วยหางานทำ

นายวัลลภ ยืนยันว่า ไม่เคยทราบมาก่อนว่า นายจารุชาติเป็นพยานปากสำคัญในคดีของนายวรยุทธ มาทราบช่วง 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากมีข่าวออกมา เรื่องอัยการสั่งไม่ฟ้องคดี ซึ่งตอนนั้น นายจารุชาติบอกเพียงว่าต้องไปให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม แต่เขาก็ไม่ได้สอบถามรายละเอียดอะไร ส่วนกรณีที่มีคนตั้งข้อสังเกต มีบุคคลปริศนาเก็บกระเป๋าเสื้อผ้า และของใช้ส่วนตัวของนายจารุชาติไปไว้ที่โรงพยาบาล นายวัลลภบอกว่า เขาเป็นคนเก็บของไปให้ เนื่องจาก 2-3 วันก่อนนายจารุชาติเสียชีวิตได้พักอยู่กับตนเอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ (1 ส.ค.) พ่อและแม่ของนายจารุชาติ ได้เดินทางมาที่บริเวณแยกฟ้าธานี ถนนห้วยแก้ว อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุ เพื่อทำพิธีเชิญวิญญาณของนายจารุชาติกลับบ้าน โดยแม่ของนายจารุชาติ ย้ำว่าทางครอบครัวไม่ติดใจสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการเสียชีวิต เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ ก่อนจะเดินทางกลับอำเภอพานจังหวัดเชียงราย เพื่อเตรียมฌาปนกิจในวันนี้ (2 ส.ค.)