สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

ธนาคารพาณิชย์ ทยอยลดดอกเบี้ย 2-4 %

ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า ได้กำชับให้สถาบันการเงินดำเนินการช่วยเหลือลูกหนี้ ที่ยังขาดความสามารถในการชำระหนี้ เช่น การขยายระยะเวลาการชำระหนี้ เปลี่ยนสินเชื่อจากระยะสั้นเป็นระยะยาว และเลื่อนการชำระค่างวด และกรณีกลุ่มหนี้เสีย หรือ NPL ให้ชะลอการยึดทรัพย์ และเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้ ในลักษณะเดียวกับคลินิกแก้หนี้ เพื่อเป็นช่องทางในการลดภาระหนี้ครัวเรือนประเทศ ที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้น

ขณะที่มาตรการปรับลดเพดานดอกเบี้ยทั่วไป 2-4% ต่อปี เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ระยะที่ 2 เริ่มมีผลแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ โดยลดดอกเบี้ยลูกหนี้บัตรเครดิตเหลือ 16% ต่อปี, ลดดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล เหลือ 25% ต่อปี ส่วนสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ลดดอกเบี้ยเหลือ 24% ต่อปี พร้อมขยายวงเงินเพิ่มเติมสำหรับลูกหนี้บัตรเครดิตที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท จาก 1.5 เท่า เป็น 2 เท่าของรายได้ เป็นการชั่วคราว

ทั้งนี้ ล่าสุดกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เริ่มทยอยปรับลดเพดานเรียกเก็บดอกเบี้ยบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลลงแล้ว เช่น ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา โดยบางธนาคารบางแห่ง ได้ขยายระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 90 เดือน และเปิดให้ลูกหนี้เลือกพักชำระเงินต้น จ่ายแต่ดอกเบี้ยได้ยาวถึง 6 เดือนด้วย

ด้านธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. ออกมาตรการจูงใจให้ลูกหนี้กลับมาชำระหนี้ตามปกติ หลังสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้ทั่วไป โดยธนาคารจะโอนเงินคืน หรือ Cash back จำนวน 500-1,000 บาท ให้กับลูกหนี้ที่มีพฤติกรรมชำระหนี้ดี ผ่านแอปพลิเคชัน GHB ALL ระหว่างเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2563 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2564 และกระตุ้นการใช้จ่ายช่วงปลายปี