สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

เร่งสอบเหตุยิงสนั่นย่านบางแค

ความคืบหน้าเหตุกลุ่มชายฉกรรจ์ 2 กลุ่ม ก่อเหตุยิงกันสนั่นในซอยพุทธมณฑล สาย 2 แยก 11 เขตบางแค เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 31 กรกฎาคม และมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 1 คน วานนี้ (1 ส.ค.) ตำรวจ สน.หลักสอง ได้ลงพื้นที่ไปสอบปากคำ "เสี่ยตี๋" ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้เสียหาย พร้อมทั้งเก็บปลอกกระสุนปืนลูกซอง ที่เสี่ยตี๋ใช้ยิงตอบโต้กับคู่กรณี ได้จากภายในบ้านของเพื่อนบ้านข้างเคียง

โดย "เสี่ยตี๋" อ้างว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ซึ่งมีเกือบ 10 คน ขับรถสปอร์ตหรูบุกมาหาที่บ้านกลางดึก และเปิดฉากยิงใส่ตนเองก่อน จึงต้องยิงตอบโต้เพื่อไล่กลุ่มชายฉกรรจ์ออกไปจากซอยบ้าน ส่วนสาเหตุ "เสี่ยตี๋" บอกว่า ไม่ได้มาจากความขัดแย้งเรื่องซื้อขายถุงมือยาง และหน้ากากอนามัยโดยตรง แต่เป็นเรื่องที่ตนเองไปช่วยผู้เสียหายอีกหลายรายดำเนินคดีกับกลุ่มชายฉกรรจ์ฉ้อโกงขายหน้ากากอนามัย เสียหายรวมกว่า 10 ล้านบาท ก็คาดว่าเป็นสาเหตุให้กลุ่มชายฉกรรจ์ไม่พอใจ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการโพสต์เฟซบุ๊กท้าทายกันมาก่อนแล้ว

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานยังได้ไปตรวจสอบรถสปอร์ตสีเหลือง ที่กลุ่มชายฉกรรจ์จอดทิ้งไว้ก่อนจะหลบหนีไป พบว่ามีรูกระสุนปืน 15 รู ส่วนใหญ่อยู่บริเวณท้ายรถ นอกจากนี้ ยังพบปลอกกระสุนปืนอีก 8 ปลอก รวมถึงมีดพับอีก 2 เล่ม ตกอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจวิถีกระสุน และเก็บรอยนิ้วมือแฝงไว้เป็นหลักฐาน เพื่อตามตัวเจ้าของรถมาสอบปากคำ

ด้าน พันตำรวจเอกนครินทร์ สุคนธวิท รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่ฝ่ายสืบสวนรวบรวมได้ ขณะนี้ต่างฝ่ายต่างก็อ้างว่าตนเองถูกยิงก่อน ส่วนการสอบปากคำเสี่ยตี๋ ก็ยังให้การไม่ชัดเจน และผู้ที่ถูกยิงบาดเจ็บ พบว่าเป็นฝ่ายชายฉกรรจ์ที่บุกมาหาเสี่ยตี๋ ยังคงอยู่ในการดูแลของแพทย์ และยังให้ปากคำไม่ได้ สำหรับรถสปอร์ตสีเหลือง พบว่าเป็นรถเช่ามาจากย่านซอยนานา คนขับเป็นชายวัยรุ่น และเป็น 1 ในผู้ต้องหาในขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัย 200 ล้านอัน ซึ่งเป็นคดีดังเมื่อหลายเดือนก่อน

ทั้งนี้ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 จะเรียกคู่กรณีของเสี่ยตี๋ ซึ่งมีประมาณ 7 คน มาสอบปากคำถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น แต่หากคิดว่าตนเองเป็นฝ่ายที่เสียหาย ก็ขอให้เข้ามาพบตำรวจ และแจ้งความดำเนินคดีกับเสี่ยตี๋ ซึ่งก็จะแยกคดีออกเป็น 2 สำนวน ส่วนจะมีสำนวนอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ ต้องขอสอบพฤติการณ์ และรายละเอียดที่เกิดขึ้นให้ชัดเจนก่อน