สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ความเป็นไปได้รื้อ 2 คดี บอส อยู่วิทยา

คดีของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา ที่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปแล้วถึง 3 คณะ ทั้งของนายกรัฐมนตรี, อัยการสูงสุด และตำรวจ แม้จะอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ก็มีมุมมองของนักวิชาการ, ผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย, อดีตอัยการสูงสุด ในงานเสวนาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่บอกว่ามีความเป็นไปได้ที่จะรื้อคดีของนายวรยุทธได้ถึง 2 คดี ไปลงสนามข่าวนี้กับคุณธนนันท์ วงศ์วศวัฒน์

เป็นหนึ่งในการแสดงความคิดเห็นในวงเสวนาวิชาการ ที่จัดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฯ ได้หยิบยกเอาข้อกฎหมายไปแสดงความเห็น ถึงความเป็นไปได้ในการรื้อฟื้นคดีของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา ที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555

โดยสรุปแล้วความเป็นไปได้ มีด้วยกันหลายประเด็น เช่น อัยการสูงสุด หากเห็นว่าการสั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าวเป็นไปโดยมิชอบ ก็สามารถแก้ไขการสั่งไม่ฟ้องได้ เพราะเป็นหลักปฏิบัติที่มีอยู่แล้ว, เรื่องไม่ทำความเห็นแย้งของตำรวจ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการสั่งให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทบทวนคำสั่งดังกล่าวได้ ซึ่งมีกฎหมายระบุการมอบอำนาจไว้ใน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, แต่หากเห็นว่าควรต้องมีการสอบสวน หรือนำพยานใหม่ไปดำเนินคดี ก็มีการยกตัวอย่างไว้อย่างน้อย ๆ 3 ประเด็น เช่น เรื่องการเรียกตัวแทนผู้จำหน่ายรถที่นายวรยุทธขับขี่ มาให้การเรื่องสมรรถภาพและความแข็งแรงของตัวรถ, ผลการตรวจเลือดที่พบสารประกอบของโคเคน และการคำนวณความเร็วรถที่มีข้อถกเถียงกันในขณะนี้

ขณะที่ อดีตอัยการสูงสุด บอกว่า ได้ทำหนังสือไปถึงอัยการสูงสุดคนปัจจุบัน ให้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดรอบคอบ โดยเฉพาะอัยการที่พิจารณาสั่งคดีนี้ ว่าเป็นไปด้วยความรอบคอบหรือไม่ ซึ่งตนมีคำตอบในใจแล้ว และคาดว่าในวันนี้ สำนักงานอัยการสูงสุด จะมีแถลงผลการสอบสวน เพื่อคลายความสงสัยให้กับสังคม

ส่วนการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีในส่วนความรับผิดชอบของตำรวจ วานนี้พลตำรวจเอก ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งพักการประชุมไป 1 วัน เนื่องจากได้มอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับสารแปลกปลอมในเลือดของนายวรยุทธ ตามที่มีผลตรวจจาก 2 โรงพยาบาล ระบุว่าพบสารประกอบย่อยของสารเสพติดโคเคน โดยให้ไปขอคำยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำกลับมาพิจารณาในที่ประชุมช่วงสายของวันนี้ ซึ่งหากผลการพิจารณาพบว่ามีพยานหลักฐานที่ชัดเจนมากพอ และคดียังไม่หมดอายุความ ก็จะเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พิจารณาสั่งการต่อไปว่าจะให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเสพสารเสพติดกับนายวรยุทธ เพิ่มเติมหรือไม่

สำหรับเรื่องการหมดอายุความเกี่ยวกับการแจ้งข้อกล่าวหาการเสพยาเสพติดนี้ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้หยิบกฎหมาย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ มาอธิบายว่า ตามมาตรา 95 การเสพยาเสพติดประเภทที่ 2 มีอัตราโทษจำคุก 6 เดือน ถึง 3 ปี และมีอายุความ 10 ปี ทำให้ข้อหานี้ยังสามารถแจ้งกับผู้ต้องหาได้

ขอบคุณภาพจาก : Facebook คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์