7HD ร้อนออนไลน์

ลุ้นผลสรุปคณะทำงาน อสส. สอบคำสั่งไม่ฟ้อง "บอส อยู่วิทยา"

วันนี้ (3 ส.ค. 63) เป็นการประชุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ของคณะทำงานพิจารณาตรวจสอบคำสั่งไม่ฟ้อง นายวรุยทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหาขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจ สน.ทองหล่อเสียชีวิต ตามคำสั่งของสำนักงานอัยการสูงสุด โดยวันนี้ครบกำหนด 7 วัน ตามกรอบเวลาพิจารณาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ซึ่งมีประเด็นในการพิจารณาตรวจสอบคำสั่งไม่ฟ้องอยู่ 3 ประเด็นหลัก ตามที่นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะทำงานฯ ได้ให้ข้อมูลมาตลอดก่อนหน้านี้ ได้แก่ 1. การสั่งคดีนี้เป็นไปตามกรอบถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ 2.คำสั่งคดีเป็นไปตามระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือไม่  และ 3.มีเหตุผลในการสั่งไม่ฟ้องหรือไม่ โดยมีรายงานข่าวว่าจะแถลงข่าวและชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดในวันนี้

ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุดว่า ที่ประชุมดังกล่าวได้ให้ความสนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 37 วัน ระหว่างวันที่ 29 ต.ค. 62 ถึง 4 ธ.ค. 62 เนื่องจากมีคำสั่งในลักษณะเปลี่ยนไปมา และที่ประชุมมีการพูดถึงชื่อรองอัยการสูงสุดท่านหนึ่ง ที่ปรากฎข้อมูลว่า เป็นผู้สั่งคดีนี้ พร้อมกับมีการพูดถึงประเด็นคำให้การของ นายจารุชาติ มาดทอง พยานในคดีที่เสียชีวิตปริศนาจากอุบัติเหตุที่จ.เชียงใหม่ว่า เข้าข่ายเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีฝั่งของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา โดยนายจารุชาติ เคยเข้าให้ปากคำครั้งแรก วันที่ 8 ก.ย. 55 หลังเกิดเหตุนายวรยุทธ ขับรถชน ด.ต.วิเชียร เสียชีวิตในวันที่ 3 ก.ย. 55 แต่การให้ปากคำครั้งของนายจารุชาติไม่มีข้อมูลเรื่องความเร็ว

ต่อมารองอัยการสูงสุดท่านดังกล่าว มาตรวจสอบสำนวนคดีหลังมีการร้องขอความเป็นธรรมจากฝ่าย นายวรยุทธ หลายครั้ง จากนั้นจึงให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำนายจารุชาติเพิ่มเติม จนเป็นที่มาของคำให้การเรื่องความเร็วรถของนายวรยุทธ ที่คาดว่าขับมาด้วยความเร็วประมาณ 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในคำสั่งไม่ฟ้องคดี ซึ่งระบุว่าเป็นข้อมูลจากการสอบปากคำนายจารุชาติในวันที่ 4 ธ.ค. 62 ขณะที่เคยมีการเผยแพร่เอกสารลงนามของ นายพินันพ์ ลักษณ์ศิริ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานคดีกิจการอัยการสูงสุด ซึ่งเคยมีความเห็นตีตกคำร้องขอความเป็นธรรมของนายวรยุทธ โดยให้เหตุผลว่า ทั้งนายจารุชาติ มาดทอง และ พล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร รวมทั้งวิธีคำนวณของรศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์ประจำและหัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  (มจพ.) นั้น ไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่ เพราะล้วนเคยปรากฏในสำนวนและคำวินิจฉัยก่อนหน้านี้แล้ว นั่นหมายความหมาย หลังกรรมาธิการการกฎหมายฯ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่งข้อมูลชุดนี้มาให้อัยการ ก็ไม่ได้เป็นผลต่อการเปลี่ยนแปลงคำสั่งฟ้องนายวรยุทธ ของอัยการ

อย่างไรก็ตามมีข้อมูลการสอบปากคำนายจารุชาติเพิ่มเติมเรื่องความเร็วมาปรากฎในคำสั่งไม่ฟ้องภายหลัง ซึ่งอ้างอิงว่าการสอบปากคำเกิดขึ้นในวันที่ 4 ธ.ค. 62 ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ารองอัยการสูงสุดคนดังกล่าวสั่งให้สอบปากคำนายจารุชาติ เรื่องความเร็วเพิ่มเติมเกิดขึ้นในช่วง 37 วันที่กล่าวมาข้างต้นหรือไม่ ถ้าหากเป็นเช่นนั้น หลังจากอัยการมีความเห็นยกคำร้องนายวรยุทธไปเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 62 ไปแล้ว แต่เหตุใดจึงมีการตรวจสอบสำนวนคดีอีกครั้ง กระทั่งเป็นที่มาของการนำข้อมูลความเร็วรถนายวรยุทธ จากการสอบปากคำนายจารุชาติเข้ามาในสำนวนคดีได้ ดังนั้นเรื่องนี้จึงถือว่าเป็นประเด็นสำคัญที่คณะทำงานฯ จะต้องอธิบายชี้แจงให้เกิดความกระจ่าง คลายข้อสงสัยให้กับสังคมที่สนใจคดีนี้เป็นอย่างมาก และวิพากษ์วิจารณ์กับอย่างกว้างขวาง ถึงมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ที่ผ่านมาในการประชุมของคณะทำงานฯ ของสำนักงานอัยการสูงสุดในเรื่องนี้ มีเพียงนายประยุทธ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า คณะทำงานได้ตรวจสอบในทุกประเด็น แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะต้องรอการสรุปความเห็นในรูปแบบของคณะทำงานก่อน โดยการประชุมที่ผ่านมามีความคืบหน้าไปมาก แต่ยังไม่ได้สรุปความเห็นของคณะกรรมการว่าจะไปในทิศทางใด และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาสำนวนที่มีเอกสารเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องตรวจสอบให้ละเอียดถี่ถ้วน และจะสามารถสรุปความเห็นได้ทันภายในกรอบระยะเวลา 7 วัน  ตามที่ นายสมศักดิ์ ติยะวานิช รองอัยการสูงสุด ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานได้วางกรอบไว้แน่นอน