เช้านี้ที่หมอชิต

คดีพลิก ที่แท้เจ้าของอู่ฆ่าชายเร่ร่อนเผาอำพราง จัดฉากหนีคดี

เช้านี้ที่หมอชิต - จากกรณีตำรวจพบโครงกระดูกมนุษย์ในซากรถเก๋งที่เกิดเพลิงไหม้ ซึ่งในเบื้องต้นสันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิต คือ เจ้าของอู่รับทำเบาะรถ แต่เจ้าหน้าที่พบพิรุธหลายอย่าง จนที่สุดคดีพลิก เพราะเจ้าของอู่ดังกล่าวกลายเป็นคนร้าย ที่ฆ่าชายเร่ร่อนแล้วนำศพยัดใส่รถของตัวเอง ก่อนจุดไฟเผา จัดฉากว่าตัวเองเสียชีวิต เพื่อหนีคดีและต้องการเงินประกัน

ความคืบหน้ากรณีช่วงค่ำของวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตำรวจได้รับแจ้งเหตุพบโครงกระดูกมนุษย์ ภายในรถเก๋งซึ่งถูกเพลิงไหม้ บริเวณหน้าบ้านพัก ในตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเปิดเป็นอู่รับทำเบาะรถยนต์

หลังพบโครงกระดูก ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตน่าจะเป็น นายธิตินันท์ ภู่สุวรรณ อายุ 43 ปี เจ้าของอู่ดังกล่าว แต่จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุตำรวจพบพิรุธหลายอย่าง โดยพบว่าถังก๊าซรถเก๋งคันเกิดเหตุยังไม่ได้มีการต่อสายเข้าระบบรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่ นายธิตินันท์ ใช้อยู่เป็นประจำก็หายไป รวมถึงมีการแจ้งคนหายไว้ ซึ่งไม่ใช่ นายธิตินันท์

เมื่อตรวจสอบผลดีเอ็นเอ และพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พบว่าศพในรถที่ถูกเผา คือ นายเปลี่ยน สีชมพู อายุ 54 ปี เป็นชายเร่ร่อนที่เดินเก็บขยะอยู่บริเวณดังกล่าว

ตำรวจจึงตามไปควบคุมตัว นายธิตินันท์ ไว้ได้ ขณะหลบหนีไปอยู่ในพื้นที่อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี เค้นสอบอยู่นาน จนในที่สุดเจ้าตัวสารภาพว่า ได้จัดฉากฆ่า นายเปลี่ยน ให้เป็นศพแทนตนเอง ด้วยการออกอุบายชวน นายเปลี่ยน มานั่งดื่มเหล้าด้วยกัน จากนั้นใช้เหล็กชะแลงตีจน นายเปลี่ยน เสียชีวิต แล้วนำศพไปใส่ไว้ในรถ ก่อนสตาร์ตรถให้พุ่งไปชนรถอีกคันที่จอดอยู่     

จากนั้นก็จุดไฟเผา ทำทีว่ารถเกิดก๊าซลุกไหม้จนคลอกร่างเสียชีวิต เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าตัวเองนั้นตายไปแล้ว และคดีพยายามฆ่าที่ตัวเองต้องโทษอยู่ และศาลจะมีการตัดสินในวันที่ 18 สิงหาคมนี้ ก็จะได้จบ ส่วนเงินประกันที่ซื้อหลักทรัพย์มา ศาลก็จะต้องคืนให้เจ้าของทรัพย์ และยังมีเงินประกันชีวิตอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งครอบครัวก็จะไม่เดือดร้อน โดยยอมอยู่เหมือนบุคคลสูญหาย แต่สุดท้ายไม่รอด ถูกตำรวจจับได้ 

ขณะที่ น้องสาวของนายเปลี่ยน เผยว่า ปกติพี่ชายจะอาศัยอยู่กับหลานชาย แต่เขาชอบเดินเก็บของเก่าโดยที่ไม่ได้เอาไปขาย โดยจะใช้รถเข็นบรรทุกสิ่งของเข็นไปมาจากที่ทิ้งขยะกับบ้าน และไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้กับใคร     

โดยพี่ชายได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ถามใครก็ไม่มีใครเห็น เธอและญาติ ๆ พยายามออกตามหาแต่ก็ไม่เจอ จึงไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยตามหาอีกแรง ต่อมามีทหาร ตำรวจ และหน่วยกู้ภัย มาช่วยกันหาทั้งบนเขาและสถานที่ต่าง ๆ ก็ไม่พบตัว

กระทั่งวันที่ 27 กรกฎาคม จึงเข้าแจ้งความคนหายที่ สภ.จอมบึง และญาติ ๆ ก็ยังคงตามหาอย่างต่อเนื่อง ต่อมามีตำรวจมาหาญาติ ๆ และขอเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอคนในครอบครัวไปตรวจพิสูจน์ ก่อนมาทราบว่าโครงกระดูกที่พบถูกเผาในรถ คือ พี่ชายของเธอ โดยทางครอบครัวยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ถึงที่สุด เพราะถือว่าก่อเหตุได้อย่างโหดเหี้ยมผิดมนุษย์

ขณะนี้ ตำรวจได้แจ้งข้อหากับ นายธิตินันท์ 2 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว