7HD ร้อนออนไลน์

ฝีแตก ถึงเวลาสังคยานากระบวนการยุติธรรม?

วงการสีกากี ที่โดนจัดหนักเข้าไปสองเด้ง จากบทคำนวณความเร็วสุดพิสดาร ทำให้คดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ขับรถยนต์สปอร์ตหรูชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ พลิกจากขับรถประมาทชนคนตาย...เป็นประมาทร่วม ทั้งบอสและนายดาบ มีส่วนรับผิดไปคนละครึ่ง ทำเอานักคณิตศาสตร์และวิศวกรความเร็ว ต้องออกมาให้ความเห็นถึงสูตรคำนวณความเร็วซึ่งมีหนึ่งเดียว แปรผันกลับไปกลับมาไม่ได้

ส่วนโคเคนที่หายไป เป็นเพราะผลเลือดที่เจาะตรวจในวันแรก พบสาร Benzoylecgonine เป็นสารที่เกิดขึ้นในเลือดในกระบวนการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลังการเสพโคเคน กับสาร Cocaethylene สารที่เกิดขึ้นในเลือดหลังการเสพโคเคนร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์ แต่บังเอิ๊ญ...พนักงานสอบสวนฟังว่า ข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจนและอาจเป็นผลตรวจลวง

ประกอบกับคำเบิกความของทันตแพทย์ ที่มาให้การยืนยันว่า ก่อนเกิดอุบัติเหตุเคยให้ยาปฏิชีวนะซึ่งอาจให้เกิดผลบวกลวง ทำเอาวงการหมอฟันต้องออกมาให้ข้อเท็จจริงว่า เลิกใช้โคเคนเป็นยาชามานาน 150 ปีแล้ว ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ก็ออกมาชี้แจงถึงสูตรเคมี กินยาแก้อักเสบกลุ่มยาปฏิชีวนะ “อะม็อกซีซิลิน” อย่างไรผลก็ไม่มีทางแปรเปลี่ยนมาเป็นโคเคน

วันนี้ คดีบอสขับรถประมาท อัยการแถลงชัดแล้วว่า สั่งไม่ฟ้องตามหลักฐานที่ตำรวจส่งมา สำนวนมีแค่ไหนก็สั่งคดีแบบนั้น ถือเป็นการแถลงตามคาด...ไม่มีพลิกบท

แต่เมื่อปรากฎข้อเท็จจริงใหม่คือ ทฤษฎีของ ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ จุฬาฯ ที่ตรวจพบความเร็วรถเป็น 177 กม./ชม. คดีขับรถชนคนตายโดยประมาทจึงยังอยู่ในอายุความ ไม่สิ้นสุดลงตามคำสั่งไม่ฟ้อง ส่วนคดีเสพโคเคนตำรวจยังไม่เคยแจ้งข้อกล่าวหา

สรุปคือ คดีบอส อยู่วิทยา กระบวนการสั่งไม่ฟ้อง...ถูกต้อง แต่ยังไม่จบ...ทั้งคดีขับรถประมาทชนตำรวจตาย และคดีเสพโคเคน ต้องดำเนินคดีต่อไปในอายุความที่เหลือ 7 ปี

ในคดีบอส ตำรวจยังไม่ได้ออกมาชี้แจง เพราะความบ่อนเข้าแทรก เหตุอุกอาจยิงถล่มกันในบ่อนการพนัน ย่านพระราม 3 ด้านในมีคนตาย 4 ศพ หนึ่งในนั้นเป็นนายตำรวจ เซ่นปมพิพาททวงหนี้?

2 เหตุใหญ่ๆ ที่ผุดออกมากระชากศรัทธา “ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชน” ทั้งยังออกมาในห้วงนับถอยหลัง ใกล้ครบเกษียณอายุราชการของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เบื้องหลังมันมีอะไรเกี่ยวข้องกับการสร้างผลงาน หรือมุ่งทำร้าย เตะตัดขาขวางการสืบทอดตำแหน่งหรือไม่

เกม “ฟ้องนาย...ขายเพื่อน” ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง แต่มันจะใช่หรือ...เพราะเล่นใหญ่เกินบท จ้างร้อยเล่นล้าน...ถึงขั้นมีคนตาย และคนตายเป็นตำรวจ 

ที่เสียหายแน่ๆ คือภาพลักษณ์องค์กรสีกากี แค่มีตำรวจเข้าไปเล่นพนัน ก็ผิดจริยธรรม ซ้ำเข้าไปยิงกันตายเกลื่อน 4 ศพ ปมขัดแย้งจะเป็นหนี้พนันหรือเงินกล่อง ซึ่งยังเป็นความลับดำมืด เพราะสารวัตรแม็คตาย คู่กรณีที่ลั่นไกสังหารก็ถูกคนดูแลบ่อน (ชายนิรนาม) ยิงตายอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย ส่วนชายนิรนามจะเป็นใครนั้น ยังอยู่ระหว่างสืบสวนสะกดรอย

ในการแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ก็ยังไม่มีความชัดเจน  เพราะยอมรับเพียงว่ามีการลักลอบเล่นพนันจริง แต่ไม่ยืนยันว่า...เป็นบ่อนหรือไม่ เพราะแทบไม่เหลือหลักฐาน ไม่มีแม้กระทั่งกล้องวงจรปิด ที่เกิดเหตุมีโต๊ะพนันแค่ตัวเดียว ส่วนตำรวจที่เสียชีวิตมีประวัติชอบเล่นการพนัน ในวันเกิดเหตุไม่ได้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ แต่บาดหมางกันด้วยปัญหาส่วนตัว

เอ้ย!! กล้องวงจรปิดก็ไม่มี มันคืออะไร  ร้อนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องสั่งตรวจสอบด่วน ลั่นต้องมีคนรับผิดชอบ ไม่มีละเว้น

2 เรื่องฉาว ไม่เพียงปลุกกระแสปฏิรูปตำรวจ แต่ต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ดุลพินิจเปิดกว้าง...ก้าวล่วงไม่ได้ รับฟังพยานแล้วเชื่อง่าย ถ้าไม่เปลี่ยน...ก็นำระบบคอมพิวเตอร์เอไอมาใช้ในงานสอบสวน จะดีกว่ามั้ย

ถึงอย่างไร “หวย-บ่อน” เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทย เพราะคนไทยชอบเล่น จับอย่างไรก็ไม่หมด และยังมีผลประโยชน์เข้ามาอีก เหมือนอย่างที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อดีต ผบ.ตร. ได้กล่าวไว้  ...เลิกลืมตาข้างเดียวแล้วเปลี่ยนส่วยมาเป็นภาษี กันดีกว่า

กระบวนการยุติธรรมที่ขุ่นมัว ถึงเวลาสังคยานาหรือไม่

แต่คำว่าปฏิรูป...พูดง่าย...ทำยาก ปฏิวัติมาแล้ว 2 ครั้ง ยังไม่สำเร็จ เปลี่ยนอะไรไม่ค่อยได้ ใครที่เข้ามาคุมอำนาจ ที่ว่า...เป็นคนตรง ...แข็งเป็นไม้บรรทัด เจอเข้ากับกระดาษกองมหึมา...มหาศาล แข็งแค่ไหน...ก็แพ้ให้กระดาษ? 

ยังไงก็เอาใจช่วยๆนะครับท่าน