ข่าวในพระราชสำนัก

องคมนตรี ติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่จังหวัดสระแก้ว

ที่โครงการอ่างเก็บน้ำพระปรงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง และพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ และคณะ ไปติดตามการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ โดยจังหวัดสระแก้ว มี 104 โครงการ อาทิ ด้านแหล่งน้ำ การเกษตร และการส่งเสริมอาชีพ ซึ่งสำนักงาน กปร. กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งดำเนินงานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฏร อาทิ โครงการปรับปรุงทำนบดินอ่างเก็บน้ำห้วยยางอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการอ่างเก็บน้ำแซร์อออันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยสะโตน อำเภอตาพระยา

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำพระปรงฯ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำริเมื่อปี 2521 ให้วางโครงการชลประทานประเภทอ่างเก็บน้ำ ในลุ่มน้ำห้วยพระปรงและลุ่มน้ำห้วยโสมง ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำปราจีนบุรี พร้อมกับพระราชทานข้อมูลจากลายพระหัตถ์นำไปประกอบการพิจารณา กรมชลประทานได้สนองพระราชดำริ ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำพระปรงฯ เป็นเขื่อนดิน ความจุ 97 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูก 13,744 ไร่ และน้ำอุปโภคบริโภคแก่ราษฎรในเขตโครงการฯ อย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้สามารถปลูกข้าวได้ทั้งนาปีและนาปรัง มีผลผลิตต่อปีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังช่วยผลักดันน้ำเค็มในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง พร้อมปรับคุณภาพน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี รักษาระบบนิเวศในคลองธรรมชาติด้านท้ายอ่างฯ ทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว สร้างรายได้เสริมแก่ราษฎร รวมถึงได้จัดตั้งกลุ่มบริหารการใช้น้ำฯ มีสมาชิก 635 คน นับเป็นตัวอย่างความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพสูง

จากนั้น ได้เยี่ยมชมแปลงสาธิตการปลูกผักอินทรีย์ ซึ่งใช้น้ำต้นทุนจากอ่างเก็บน้ำพระปรงฯ เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรได้รับประโยชน์เข้ามาศึกษา เรียนรู้ และเห็นผลผลิตที่เป็นรูปธรรม และนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตน โดยมีการปลูกพืชและไม้ยืนต้นหลายชนิด รวมทั้งไปเยี่ยมบ้านเกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำ ซึ่งเคยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ แต่หลังจากมีโครงการฯ ทำให้สามารถทำเกษตรได้ตลอดทั้งปี จึงได้จัดสรรพื้นที่ 14 ไร่ เป็นนาข้าว 10 ไร่ บ่อเลี้ยงกุ้ง 2 ไร่ และปลูกอ้อย 2 ไร่ ใช้แรงงานภายในครอบครัว โดยมีรายได้จากการทำการเกษตรปีละประมาณ 80,000 บาท ทำให้ชีวิตมีความเป็นอยู่มีความมั่นคงยิ่งขึ้น

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวอื่นในหมวด