สนามข่าว 7 สี

เตรียมเชิญ ชูวิทย์ - สันธนะ ให้ข้อมูลบ่อนการพนัน

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ย้ำให้เจ้าหน้าที่เร่งหาหลักฐานมายืนยันว่า อาคารพาณิชย์ ย่านพระราม 3 เป็นบ่อนการพนันจริง ขณะที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ก็เตรียมเชิญผู้รู้เกี่ยวกับแวดวงบ่อนการพนันมาให้ข้อมูลประกอบการสอบสวน

พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงความคืบหน้าของเหตุการณ์ยิงกันภายในอาคารพาณิชย์ ย่านพระราม 3 ซึ่งถูกระบุว่าเป็นบ่อนพนัน "เฮียตี้" จนมีผู้เสียชีวิต 4 คน ว่า อาคารดังกล่าวตำรวจได้ข้อมูลผู้เช่าแล้ว อยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบปากคำ ส่วนการสืบสวนหาตัวบุคคลที่ปรากฏในภาพถ่าย ขณะช่วยกันขนย้ายสิ่งของและอุปกรณ์เล่นพนันออกจากอาคารเกิดเหตุ และกลุ่มผู้เล่นพนัน ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนหาตัวมาสอบปากคำ และพิจารณาแจ้งข้อหาดำเนินคดี ยืนยันว่า หากผลการตรวจสอบพบพยานหลักฐานออกมาทำให้เชื่อได้ว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นบ่อนการพนันจริง ก็จะดำเนินการอย่างเต็มที่

ส่วนที่มีการข้อสังเกตว่า ตำรวจนอกเครื่องแบบเป็นผู้ลงมือยิง นายถาวร ภายหลังเข้าไประงับเหตุภายในบ่อนนั้น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่า นายถาวร เสียชีวิตก่อนจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุ และตำรวจที่ไปถึงชุดแรก คือ ตำรวจสายตรวจของ สน.ทุ่งมหาเมฆ โดยใช้เวลา 30 นาที หลังได้รับแจ้งเหตุ ทั้งนี้ ฝ่ายสืบสวนพอจะได้เบาะแสของผู้ที่ลงมือก่อเหตุยิง นายถาวร แล้ว อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ

ส่วนการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจากกรณีดังกล่าว พลตำรวจตรี สุคุณ พรหมายน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจากกรณีดังกล่าว บอกว่า จะดูทุกเรื่อง เช่น ตำรวจในพื้นที่ปล่อยปละละเลย, ไม่สนใจ, ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและปราบปรามความผิดเกี่ยวกับบ่อนการพนันหรือไม่ โดยจะมีการนำข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่ปรากฏมาพิจารณา และนอกจากภาพถ่ายที่มีการนำไปแชร์กันในโซเชียลมีเดีย ก็พิจารณาเชิญ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ และ นายสันธนะ ประยูรรัตน์ ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลบ่อนการพนัน มาให้ปากคำกับคณะกรรมการตรวจสอบด้วย

นอกจากนี้ ก็มีข่าวว่าในช่วงหลังเที่ยงวันนี้ ตำรวจจะนำผู้ที่ถูกระบุว่าเป็นคนถอดกล้องวงจรปิดออกจากบ่อนเฮียตี้ มาแจ้งข้อหาดำเนินคดี ในความผิดฐานทำให้เสียหายซึ่งพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี

มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า เจ้าของบ่อนที่แท้จริง ชื่อ "เฮีย ศ." ซึ่งเป็นคนกว้างขวางในวงการ โดยมีคนชื่อ ส. อีกคน เป็นหุ้นส่วน ส่วน "เฮียตี้" ตอนนี้เป็นเพียงเจ้าของตู้ม้า ตู้สลอตผิดกฎหมาย ที่วางอยู่ในละแวกบ่อนเท่านั้น ปัจจุบัน เฮีย ศ. คือเจ้าของตัวจริง มีรายได้มหาศาลจากบ่อนพระราม 3 แห่งนี้