สนามข่าว 7 สี

มิจฉาชีพออกอุบายทำทีสั่งซื้อสินค้า ก่อนขโมยโทรศัพท์มือถือ จ.ชลบุรี

ผู้ประกอบการร้านค้าหลายแห่งในจังหวัดชลบุรี ทยอยแจ้งความถูกมิจฉาชีพทำทีสั่งซื้อสินค้า แล้วฉวยหยิบโทรศัพท์มือถือหลบหนีลอยนวล

มิจฉาชีพออกอุบายขโมยโทรศัพท์มือถือ จ.ชลบุรี
กล้องวงจรปิดตรงข้ามร้านอาหารตามสั่ง บริเวณถนนมโนรมย์ ซอย 10 อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี บันทึกรูปพรรณสัณฐานของชายคนหนึ่ง รูปร่างสูงใหญ่ ซึ่งเป็นมิจฉาชีพขโมยโทรศัพท์มือถือ เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา

นางสาวสุรียพรรณ วงศ์ษา เจ้าของร้าน เล่าว่า ชายคนดังกล่าวเดินเข้ามาในร้าน ใส่หมวกกันน็อกและสวมหน้ากากอนามัย สั่งกะเพราหมูกรอบ 1 กล่อง ไม่นานก็เดินย้อนกลับมาสั่งคะน้าหมูกรอบเพิ่มอีก 1 กล่อง บอกเดี๋ยวจะมารับ จากนั้นก็เดินออกจากร้านไป รู้ตัวอีกทีโทรศัพท์มือถือราคาประมาณ 10,000 บาท ที่วางไว้บนโต๊ะก็สูญหายแล้ว ฝ่ายลูกค้าที่สั่งข้าวกล่องไว้ไม่ย้อนกลับมา จึงมั่นใจว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน

เมื่อผู้เสียหายเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.แหลมฉบัง จึงทราบว่ามีผู้ประกอบการร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม และร้านขายเสื้อผ้าอีก 3 ร้าน มาแจ้งความว่าถูกมิจฉาชีพรูปพรรณสัณฐานคล้ายคลึงกัน ขโมยมือถือในลักษณะเดียวกันด้วย

วงจรปิดจับภาพคนร้ายงัดบ้านลักทรัพย์ จ.ยโสธร
อำเภอเมืองยโสธร นางสิริกร ภาคแก้ว แจ้งความตำรวจถูกคนร้ายเป็นชายรูปร่างท้วม ผมสั้น งัดหน้าต่างบ้าน (ไม่มีเหล็กดัด) เข้ามารื้อค้นทรัพย์สิน ขโมยเครื่องประดับพลอย และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กไป คิดเป็นมูลค่ากว่า 30,000 บาท

เจ้าของบ้านเปิดเผย เมื่อ 4 ปีก่อน เคยมีคนร้ายเข้ามาจี้ชิงทรัพย์เธอถึงในบ้านแล้วหนหนึ่ง ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ เธอจึงตัดสินใจติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งด้านในและนอกตัวบ้าน จนมีภาพพฤติการณ์และใบหน้าของคนร้าย มอบให้ตำรวจใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด

คนร้ายขโมยข้าวเปลือกน้ำหนักเกือบ 1,000 กิโลกรัม จ.ศรีสะเกษ
ตำรวจ สภ.ยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ เข้าเก็บหลักฐานคนร้ายตัดตาข่ายล้อมรอบโรงนา มุดตัวเข้าไปขโมยข้าวเปลือกจำนวน 30 กระสอบ รวมน้ำหนักเกือบ 1,000 กิโลกรัม ภายในบ้านพักของ นายสมบูรณ์ บุษบงค์

ผู้เสียหายสันนิษฐานว่า คนร้ายอาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียง จึงทราบสถานที่เก็บข้าวเปลือก รวมถึงช่วงเวลาที่เขาออกไปทำธุระ เพื่อลงมือก่อเหตุ