7HD ร้อนออนไลน์

"นายกฯ-ผบ.ตร." ไม่รู้มีบ่อนกลางกรุง ผบช.น.ลั่นรู้ตัว "เฮียตี้" เจ้าของบ่อน

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึง ความคืบหน้ากรณียิงสนั่นบ่อนกลางกรุงย่านพระราม 3 ว่า ขณะนี้รู้ตัวคนก่อเหตุและบุคคลที่ขนย้ายทำลายหลักฐานบ้างแล้ว แต่เบื้องต้นยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดใดๆได้มากในตอนนี้ ส่วนชื่อเจ้าของบ่อนที่มีสื่อหลายสำนักนำเสนอข่าวว่า ”เฮียตี้” เป็นเจ้าของบ่อนแห่งนี้นั้น ยืนยันว่าทางตำรวจยังไม่ชี้ชัดว่า เฮียตี้ จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับบ่อนนี้หรือไม่ แต่ทางชุดสืบสวน ก็ได้ชื่อนามสกุลและที่อยู่ในการตรวจสอบแล้ว ส่วนตึกที่เปิดบ่อนนั้น จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าของบ่อนกับเจ้าของตึกที่เปิดให้เล่นการพนันเป็นคนละคนกัน และเจ้าของตึกได้ปล่อยให้เช่าอีกทอดหนึ่ง

ผบช.น. กล่าวอีกว่า สำหรับมือปืนที่ก่อเหตุ ที่มีฉายาในวงการการพนันว่า "บอย บ้านครัว" นั้น ขณะนี้ได้รับรายงานมาจากตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆว่า ทางบอย บ้านครัว กับกลุ่มคนที่ถอดกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุจะเดินทางมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ แต่ตนยังไม่ได้รับรายงานและยังไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้ รู้แค่ว่ามีการติดต่อมามอบตัว ส่วนคำให้การที่ว่ายิงเพื่อป้องกันไม่ให้นายถาวร สีสด ยิงบุคคลอื่นอีกนั้น เป็นคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหายังไม่สามารถเชื่อได้ เนื่องจากผู้ต้องหาสามารถพูดอะไรก็ได้ ตำรวจต้องสอบสวนและรวบรวมหลักฐานก่อน พร้อมยืนยันว่าในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีคนยิงมากกว่า 1 คน แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นคนมีสีหรือไม่ เพราะต้องทำการสืบสวนก่อนเช่นกัน

พล.ต.ท.ภัคพงษ์ กล่าวต่อว่า การเปิดบ่อนนี้เป็นเรื่องของนครบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ไม่ทราบมาก่อนว่า สถานที่แห่งนี้มีบ่อน

“ส่วนผู้ที่ถอดกล้องวงจรปิดนั้น สามารถพิสูจน์ทราบชื่อได้ 1 คนแล้ว อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาสอบสวน พร้อมยอมรับว่าในบ่อนดังกล่าวมีกล้องวงจรปิดจริงและถูกถอดออกไปก่อนที่ตำรวจจะเดินทางไปถึงจริงๆ” ผบช.น.กล่าวและยืนยันว่า เหตุการณ์นี้ตำรวจไม่ได้ประวิงเวลา หรือถ่วงเวลาไปที่เกิดเหตุช้า เพื่อให้บุคคลในบ่อนทำการยักย้าย ทำลายหลักฐานภายในบ่อน เพราะในวันที่เกิดเหตุตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ ได้รับแจ้งเหตุในเวลา 22.30 น. โดยมีหลักฐานการรับแจ้งเหตุอยู่ โดยหลังรับแจ้งตำรวจก็รีบไปถึงที่เกิดเหตุในเวลา 22.45 น. หรือไปถึงเกือบจะในทันที และเมื่อไปถึงก็พบว่าไม่มีกล้องวงจรปิดแล้ว เหลือเพียงแค่สายของกล้องวงจรปิด จึงไม่สามารถพูดได้ว่ามีหรือไม่มี เพราะต้องทำการขยายผลก่อน

ทั้งนี้การสืบสวนคณะนี้แบ่งเป็น 3 ประเด็น คือ การเปิดบ่อนพนัน การทำลายหลักฐาน และฆาตกรรม โดยจะแบ่งสำนวนเป็น 2 สำนวน คือสำนวนการเล่นการพนันและสำนวนฆาตกรรม