เกาะกระแสออนไลน์

คุณแม่เล่าอุทาหรณ์! งูโผล่ชักโครกคอนโด กัดลูกน้อย 4 ขวบ แชร์สิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดเหตุ

วันนี้ (7 ส.ค.63) เพจดัง Drama-addict ได้แชร์เรื่องราวอุทาหรณ์จากคุณแม่ท่านหนึ่ง ที่ได้ออกมาเปิดเผยประสบการณ์ลูกน้อยถูกงูที่โผล่ออกมาจากชักโครกกัด ซึ่งเกิดขึ้นกับตนเองแบบสดๆร้อนๆ เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา

โดยคุณแม่ท่านนี้ ได้โพสต์เล่าเหตุการณ์ผ่านเฟซบุ๊กชื่อ Audy Punnada Leung-Aram ซึ่งเรื่องราวของเธอถูกแชร์ส่งต่อไปแล้วเกือบ 4,000 ครั้ง เพราะนอกจากจะพูดถึงนาทีระทึกที่เกิดขึ้น คุณแม่ยังแบ่งปันข้อมูลถึงสิ่งที่พ่อ-แม่ควรและไม่ควรทำเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้ด้วย ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดระบุว่า

#งูในโถส้วมกัดลูก4ขวบ‼
เคยเห็นแต่ในข่าว ไม่คิดว่าจะเกิดกับตัวเอง
ตัดสินใจโพสเรื่องนี้แบบละเอียด เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ปกครองทุกท่านนะคะ
.
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2563 เวลาตีห้าครึ่ง (ยาวหน่อยนะคะ)
.
เราอาศัยในคอนโดในเมืองค่ะ ไม่ใกล้ไม่ไกลรถไฟฟ้าย่านพระโขนง อ่อนนุช
(ขอยังไปบอกชื่อโครงการนะคะ)
.
#ตอนตีห้า ลูกปวดท้องอึ๊ แบบท้องเสีย เลยรีบลุกพาลูกเข้าห้องน้ำ และปกติลูกจะชอบนั่งอึคนเดียว ให้แม่มายืนรอหน้าห้อง. วันนี้ #ลูกขอเข้าห้องน้ำแบบปิดไฟเพราะง่วงและแสบตา เราก็เลยเปิดไฟห้องนั่งเล่นแทน ให้มีแสงสลัวๆเข้ามาในห้องน้ำค่ะ
.
#ตอนยืนรออยู่หน้าห้องน้ำ ได้ยินลูกพูดว่าปวดท้องมาก แม่เลยเข้าไปดูสภาพอึในโถหน่อย
ก็เห็นอึเหลวๆออกมาเลยจากก้นตามปกติเด็กท้องเสีย แต่ในโถส้วม เห็นมีอึที่มีสภาพดูยาวๆมาก. คิดว่าท้องเสียหนัก #เลยกดชักโครกรอบนึงก่อน. ล้างก้นเรียบร้อย. #และกดชักโครกอีกรอบ! (กดชักโครกไปทั้งหมด 2 รอบ ในครั้งแรก)
.
แต่ลูกบอกว่า ยังไม่อยากลุก! เพราะยังปวดท้องอยู่ ขอนั่งเบ่งต่ออีกแป๊บ. โอเคค่ะลูก แม่ออกมายืนรอข้างนอกห้องน้ำอีกรอบ
.
สักพัก... ลูกบอกว่าอึไม่ออกแล้วค่ะแม่ ง่วงแล้ว.
แม่เลยเข้าไปจะล้างก้นให้ #รอบนี้เปิดไฟห้องน้ำละ ส่องมองในโถส้วม ก็เอ๊ะ! ....
"ไหนบอกไม่อึไงลูก? ทำไมมีอึออกมายาวๆอีก?" ... แต่!!!! เราเอะใจแปลกๆ (และคิดในใจว่า ใช่รึเปล่านะ!!?? ) เลยตัดสินใจ อุ้มลูกขึ้นจากโถส้วมก่อนเลยทันที ขอดูชัดๆโดยด่วนว่ายังไงกันแน่!
.
#ทันใดนั้น! เวลาเสี้ยววินาที #ขณะที่เราอุ้มลูกออกจากโถ #งูก็พุ่งตัวออกมาจากส้วม ฉกเข้าที่ก้นของลูก! ในขณะที่เรากำลังดึงตัวลูกหนี เราล้มลงบนพื้นห้องน้ำทั้งที่มืออุ้มลูกอยู่ #แต่ก็ไม่พ้นค่ะ รู้สึกได้เลยว่า เราดึงลูกออกจากฟันของงูที่เกาะเนื้อก้นของลูกเรา.
.
สามีได้ยินเสียงกรี๊ดดด #ลูกโดนงูกัดดด รีบพุ่งตัวออกจากห้องนอนมาช่วยเร็วมาก.
.
#สิ่งแรกที่ทำเลยคือ เราอุ้มลูกขึ้นบ่า ให้หัวลูกสูงๆไว้. เอากระดาษซับเลือดที่ก้น บีบเลือดออก และคว้ากุญแจรถ บอกสามีว่าจะไปโรงพยาบาลทันที. (ไม่แต่งตัวเลยย ไปแบบชุดนอนนี่แหละ)
.
สามีให้เราวิ่งเอาลูกไปที่รถก่อน #เพื่อเค้าจะเข้าไปดูในห้องน้ำว่างูอะไร?? เราต้องรู้ว่ามีพิษหรือไม่?? แต่งูหนีกลับเข้าคอห่านไปแล้ว. สามีเลยไปบอกให้รปภ. มาสานต่อในการหางูต่อไป และพวกเราก็ดิ่งไปโรงพยาบาลกัน!
.
ตอนนั้นตกใจมาก บอกตรงๆว่ากลัวลูกเป็นอะไรไป
ก็เลยบอกให้สามีดูดพิษออกก่อนไม่ว่าจะงูอะไรก็เถอะ.. สามีลังเลอยู่แค่ 2 วิ! แต่สามีก็ทำค่ะ  ดูดบ้วน ดูดบ้วน ดูดบ้วน สามที ล้างปาก และวิ่งพวกเราก็วิ่งไปขึ้นรถ 
ตรงนี้ขอบอกว่า #ไม่ควรทำนะคะ!! เพราะถ้าเป็นงูพิษ แบบงูเห่า สามีเราจะตายก่อนเลยค่ะ
.
#ในรถ สามีขับไป ชวนลูกคุยไปตลอดทาง และบอกลูกตรงๆเลยว่า "หนูถูกงูกัดนะลูก" และถามลูกตลอดว่ามีอาการดังนี้มั้ย?  #มึนหัวมั้ย #จะอ้วกมั้ย #หายใจไม่ออกรึเปล่า?
ลูกบอกว่าไม่มีอาการ แต่แสบร้อนบริเวณแผลที่ก้น.
.
#ระหว่างทางในรถ แม่เปิดก้นลูกไว้ ดูแผลตลอดทาง ว่าแผลแย่ลงแค่ไหน? มีอาการม่วง บวม ช้ำมากขึ้นมั้ย? (สรุปว่าแผลไม่แย่ค่ะ มีแต่เลือดออก)
จากบ้านถึงรพ. ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาทีค่ะ พุ่งไปที่แผนกฉุกเฉิน.
.
#ถึงหมอแล้ว!! หมอล้างแผล และดูรอยกัด
#รอยกัดงูไม่มีพิษจะมาเป็นแผงๆแบบหลายๆซี่
#รอยกัดงูพิษจะมาเป็นสองรูใหญ่ๆลึกๆ
โชคดีมาก งูที่กัดคือ งูเหลือม ไม่มีพิษถึงชีวิต
แต่ก็อาจมีพิษและเชื้อโรคอีกหลายอย่างที่ทำให้ป่วยได้. เช่น เลือดออกไม่หยุด แบคทีเรียกินเนื้อ เป็นต้น
(เฮ้ออออ โล่งอกไปหนึ่งเรื่อง)
.
หมอเจาะเลือดไปตรวจตามลิสต์ทุกอย่าง. ให้ยาฆ่าเชื้อทางสายน้ำเกลือ และ แอตมิตนอนรพ.ดูอาการ.
.
ตอนนี้ลูกปลอดภัยแล้ว มีแค่ไข้ขึ้น จากการอักเสบของแผลค่ะ และหมอก็ตรวจเลือดเพิ่ม และให้ยาฆ่าเชื้อทางสายน้ำเกลือ เป็นระยะๆ. และคอยเช็คว่าแผลอักเสบขึ้นมั้ย
.
ต้องขอบคุณสามี คือนางสุดมาก สามารถทำให้ลูกไม่เครียดเลยตลอดทาง และลูกร่าเริงมากแม้รู้ว่างูกัด ซึ่งนั่นคือสำคัญมากๆ ห้ามให้ลูกเครียดค่ะ.
.
สิ่งที่เรียนรู้จากเรื่องนี้นะคะ
1. แอลกอฮอล์ขวดใหญ่ๆควรมีติดบ้าน เอาไว้ราดลงคอห่าน หรือราดเข้าปากงู งูจะเกลียด เพราะมันทำให้งูหายใจติดขัด
2. กลางดึก อย่าเข้าห้องน้ำมืดๆ ให้เปิดไฟตลอด
3. งูเหลือม งูหลาม ไม่มีพิษ แต่จะกัดแบบไม่ปล่อยเหยื่อย กัดจนเนื้อเราฉีกขาดได้ ดึงยังไงก็จะดึงไม่ออก. #ให้ราดแอลกอฮอล์เข้าปากงู งูจะปล่อยเราทันที
4. งูไม่มีพิษกัด ก็ต้องรีบไปรพ.เช่นกัน เพราะอาจมีแบคทีเรียที่เป็นอันตรายมากได้
5. การเอาเชือกมัดปากแผลที่งูกัด / เอาน้ำแข็งประคบ / เอาปากดูดพิษ คือความเชื่อที่ผิด ไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้น 
ควรทำแค่เอาน้ำล้างแผล ถูสบู่ แล้วรีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดค่ะ
.
แก้ไขเรื่อง #PTSD อย่างไร? (อาการหวาดกลัวหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ เช่น การกลัวโถส้วม ที่จะส่งผลให้ลูกมีปัญหาการขับถ่าย)
1.) #พ่อแม่ต้องไม่แสดงอาการ กลัว กังวล ให้ลูกเห็น ให้ใช้ชีวิตปกติที่สุด
2.) #กลับเข้าบ้านวันแรก ถามลูกก่อนเลย ว่า มีความกังวลมุมไหนของบ้านบ้าง? พาลูกสำรวจบ้านทุกมุม เพื่อให้เค้าเห็นว่า ไม่มีอะไรแล้ว.
3.) #ทำให้ลูกรู้สึกว่าเค้าเป็นคนพิเศษ ที่ผ่านเรื่องเหลือเชื่อมาได้อย่างฉลุย!! ต่อจากนี้ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว
4.) #สร้างบรรยากาศดีๆในบ้าน ลบความทรงจำร้ายๆ เช่น family dinner / movie time with mom and dad / candy party / friends visiting
5.) #คุณหมอและยาวิเศษ! ข้อนี้ คุณหมอแนะนำและเสนอมาเองเลยค่ะ โดยการให้เครื่องมือขจัดความกลัว แบบใช้จินตนาการของเด็กค่ะ เพียงหยดยาวิเศษนี้ลงในโถส้วม แล้วงูจะไม่โผล่มาอีก *ข้อนี้เอามาใช้เพื่อให้น้องยอมขับถ่ายให้ปกติที่สุดค่ะ*

ตอนนี้ผ่านมา 5 วันแล้ว ลูกยังคงกลัวอยู่ลึกๆ ไม่ยอมนั่งโถเดิมแบบปกติเลยค่ะ ก็ต้องยอมให้อึกระโถนไปก่อน เพื่อสุขภาพลำไส้ที่ดีค่ะ... ส่วนที่เหลือ คงต้องใช้เวลาเยียวยา และค่อยๆปรับกันไปค่ะ
ขอให้ผู้ปกครองทุกท่าน ดูแลลูกน้อยกันเป็นพิเศษนะคะ ช่วงนี้อากาศชื้นมาก. ระวังตัวกันไว้ก่อนไม่เสียหายค่ะ



เรียบเรียงข้อมูลโดย CH7HD Social News
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Audy Punnada Leung-Aram