ห้องข่าวภาคเที่ยง

จับตาประชุม ศบค.คลายล็อก เปิดโรงเรียนเต็มรูปแบบ

ต้องจับตาการประชุม ศบค. วันนี้ (7 ส.ค.) พลเอกสมศักดิ์ รุ่งสิตา ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกัน และยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เปิดเผยว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ จะมีการประชุม ศบค.ชุดเล็ก พิจารณาคลายล็อก เปิดเรียนแบบ onsite เต็มรูปแบบ โดยไม่ต้องสลับวันเรียน แต่ให้คงยึดหลักมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา จัดบริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือภายในสถานศึกษาทุกจุด การวัดไข้ก่อนเข้าเรียน รวมไปถึงการพิจารณาเรื่องการเปิดสนามแข่งม้าและ กีฬาอื่น ที่ยังไม่อนุญาตให้มีคนเข้าชม

ขณะเดียวกันวันนี้ แพทย์หญิงพรรณพิมล  วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย ลงพื้นที่ตรวจประเมินความพร้อมในการเปิดเรียนเต็มรูปแบบตามแนวทางการป้องกันโรคโควิด-19 ที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย ย่านบางมด กรุงเทพมหานคร ว่า เตรียมความพร้อม ตามมาตรการผ่อนปรนของ ศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค.ที่กำหนดให้โรงเรียนทั้งภาครัฐ และเอกชนเปิดภาคเรียนได้ตามปกติ ไม่ต้องสลับวันเรียน

ภายหลังที่สถานการณ์โรคโควิด-19 ในไทยดีขึ้น แต่ยังคงต้องมีการเฝ้าระวังและปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่มีจุดคัดกรอง ก่อนเข้าโรงเรียน นักเรียนทุกคนต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่ออยู่ในโรงเรียน จัดให้มีจุดล้างมือด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์อย่างเพียงพอ ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน มีการเว้นระยะห่างในห้องเรียน เน้นจัดการเรียนการสอนให้เป็นกลุ่มเดียวและให้มีกิจกรรมทำในกลุ่มเดียวกันตลอดทั้งวัน และทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสต่างๆ ที่ใช้ร่วมกันเป็นประจำ อาทิ สนามเด็กเล่น ลูกบิดประตูห้องน้ำโรงเรียน

อธิบดีกรมอนามัย ย้ำให้การเปิดโรงเรียน เป็นแบบ New Normal  ผสมผสานการเรียนการสอนแบบออนไลน์กับการเรียนรู้ที่โรงเรียน คำนึงถึงสุขภาวะอย่างเป็นองค์รวมของนักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรทุกคน ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวด อาทิ จัดสรรพื้นที่ในห้องเรียนให้นักเรียนนั่งห่างกันอย่างน้อย 1.5 เมตร ทำความสะอาดห้องเรียนด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ในช่วงเช้าก่อนเข้าเรียนและช่วงบ่าย

นอกจากนี้ โรงอาหาร ต้องปรับรูปแบบการรับประทานอาหารกลางวัน ถ้าจัดเป็นกล่องอาหารแยกเฉพาะบุคคล และให้นักเรียนรับประทานในห้องเรียนได้ก็ดี และมีที่นั่งเว้นระยะห่างกัน