ห้องข่าวภาคเที่ยง

เตือน ราคาทองคำอาจร่วงแรง หากมีการเทขายจากผู้ถือรายใหญ่

หลังราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งทำนิวไฮท์หรือสถิติราคาสูงสุดติดต่อกัน 5 วัน ล่าสุดปรับเพิ่ม 9.90 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 2,068 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ส่งผลให้ราคาทองคำขายปลีกในบ้านเราเปิดตลาดปรับขึ้นรวดเดียวบาทละ 300 บาท ทำให้ราคาทองคำแท่งขายออกพุ่งไปอยู่ที่ 30,350 บาท ส่วนทองรูปพรรณขายออกบาทละ 30,850 บาท

มาดูการคาดการณ์ราคากันบ้าง บางคนก็มองว่าราคายังมีโอกาสขยับขึ้นอีก ขณะที่บางท่านก็หวั่นราคาจะร่วงแรง โดย นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ วิเคราะห์สาเหตุที่ราคาทองคำพุ่งไม่หยุดมาจากสภาพเศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และผลพวงจากเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในเมืองเบรุต ประเทศเลบานอน ซึ่งแม้ระดับราคาจะพุ่งสูงขึ้นมากแต่ยังพบว่ามีนักลงทุนเข้าซื้อทองสะสมเพื่อเก็งกำไร ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงและมีความเป็นไปได้ว่าราคาทองอาจจะลดต่ำลงเหมือนเมื่อ 8 ปีที่แล้ว หากกองทุนที่ถือครองทองคำรายใหญ่ อย่าง SPDR เทขายทองคำออกมา

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ ระบุว่ามีโอกาสเห็นราคาทองคำปรับเพิ่ม 5-7% ในสิ้นปี 2563 จากระดับ 1,977 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็น 2,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขึ้นอยู่กับปัจจัยความเสี่ยงด้านเครดิตหรือตลาดหุ้น และดอลลาร์อ่อนค่าอาจบรรเทาลงถ้าเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว ประกอบกับใกล้ช่วงเวลาที่ผลทดสอบวัคซีนจะถูกนำออกมาใช้ และบริษัทต่างๆ น่าจะเริ่มฟื้นตัวมีรายได้กลับมา

ส่วนบรรยากาศร้านทองเช้านี้เรียกได้ว่า 100% ของลูกค้าที่เข้า-ออกล้วนนำทองคำมาขายแทบทั้งสิ้น เรียกได้ว่าฝ่าสายฝน ฟันฝ่ารถติดกันมาต่อคิวรอขายทองกันตั้งแต่เช้า พอประตูร้านเปิดก็พร้อมนำทองที่เตรียมมาขาย เพื่อนำเงินและกำไรที่ได้ไปใช้จ่ายในช่วงวิกฤตโควิด-19 ซึ่งทองที่ขายส่วนใหญ่เก็บไว้นานแล้ว บางคนซื้อไว้ตั้งแต่ราคาบาทละ 20,000 ต้นๆ คนที่นำทองมาขายยังหวังว่าอนาคตจะมาซื้อคืน ตั้งราคาไว้บาทละ 25,000 บาท จะรีบมาซื้อเก็บ