เจาะประเด็นข่าวค่ำ

ทอท. สั่งกักตัวพนักงาน 14 วัน หลังพบใกล้ชิดผู้ป่วยเสี่ยงโควิด-19 บินเครื่องส่วนตัว

วานนี้ (7 ส.ค.) มีรายงานว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. สั่งการให้พนักงานของ ทอท. ที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณจุดตรวจค้น และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่แพทย์ที่ประจำอาคารผู้โดยสารอากาศยานส่วนบุคคล ของ MJets เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา กักตัวอยู่บ้าน 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 -15  สิงหาคม 2563 เพื่อสังเกตอาการ และเพื่อป้องกันความเสี่ยงกรณี มีเที่ยวบิน ที่มีลูกเรือและแพทย์มารับผู้ป่วยจากประเทศไทย แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ใส่อุปกรณ์ป้องกันตัวในขณะตรวจค้น ที่เป็นไปตามมาตรการการป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา มีการประสานงานมายัง ทอท. ที่สนามบินดอนเมือง ว่าจะมีผู้ป่วย ลูกเรือและแพทย์ เดินทางออกจากประเทศไทย ด้วยเที่ยวบินส่วนตัว เวลา 18.00 น. ปลายทางเมืองนาคปุระ ประเทศอินเดีย ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ตรวจค้นจะต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสมิติเวชเป็นผู้ใส่อุปกรณ์ป้องกันให้

ทอท. ได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจค้น เจ้าหน้าที่แพทย์ ไปตามที่ประสาน แต่ปรากฏว่า ผู้โดยสารลูกเรือและแพทย์ ได้ผ่านจุดตรวจค้นไปโดยที่เจ้าหน้าที่ของ ทอท. ไม่ทราบ จึงไม่ได้ใส่ชุดอุปกรณ์ป้องกันตามที่กำหนดไว้ ซึ่งเกิดจากปัญหาการประสานงานระหว่าง ทอท. เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ MJets ที่ไม่ได้แจ้งว่า ผู้โดยสารที่ตรวจค้นเป็นผู้ป่วยที่มีการแจ้งไว้ก่อนหน้านั้น ส่งผลให้ ทอท. ต้องสั่งให้พนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณนั้นทั้งหมด กลับบ้านเพื่อกักตัวทันที และได้ให้ทาง MJets ทำความสะอาดพื้นที่อาคาร MJets ทันที

มีการเปิดเผยว่า เนื่องจากไทยยังไม่มีการเปิดการบินระหว่างประเทศเชิงพาณิชย์ และมีเงื่อนไขการอนุญาตให้อากาศยานทำการบินเข้าออกประเทศไทย เพื่อควบคุมทั้งเครื่องบินและบุคคลที่จะเดินทางเข้าประเทศ และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข คำสั่ง ศบค. การเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวผ่านทางอาคารผู้โดยสารอากาศยานส่วนบุคคล MJets สนามบินดอนเมือง จึงเป็นที่นิยม เพราะเป็นช่องทางที่มีการผ่านเข้าออกได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทำให้นักธุรกิจจากหลายประเทศ ที่จำเป็นต้องการเข้ามาติดต่อธุรกิจ หรือเจรจาการค้า รวมถึงผู้ป่วยที่เป็นเศรษฐีจากต่างประเทศ ที่ต้องการเข้ามารักษาตัว ในโรงพยาบาลของไทย ซึ่งกลายเป็นจุดอ่อนและช่องโหว่ ที่มีโอกาสที่คนติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะหลุดรอดเข้ามาได้ 

ด้าน นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กล่าวว่า สำหรับการเข้าออกของเครื่องบินส่วนตัวหรือ Private Jet จากต่างประเทศนั้น ยังคงมีข้อกำหนดที่ชัดเจน โดยจะต้องมีใบรับรอง จากกระทรวงการต่างประเทศ และเอกสารการควบคุมโรค ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด อย่างครบถ้วน จึงจะอนุญาตให้เข้าประเทศไทยได้ กรณีผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้าไทย ต้องมีการตรวจสุขภาพ คัดกรองโรคตั้งแต่ต้นทางก่อน เมื่อลงเครื่องจะมีขั้นตอนตรวจเชื้ออีก ระหว่างที่พักในไทยจะต้องมีโปรแกรมการเดินทาง ที่พัก ชัดเจน กรณีมาพักในไทยเกิน 4 วัน ก่อนเดินทางออกจากไทย จะต้องมีการตรวจคัดกรองเชื้ออีกครั้ง ซึ่งมั่นใจในแง่ของมาตรการควบคุมต่างๆ ส่วนในทางปฏิบัติ เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง