อาทิตย์ติดข่าว

ขนส่งฯ หารือใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีพ วันพรุ่งนี้

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า กรมการขนส่งทางบก จะเรียกผู้ถือใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีพเข้ามาทดสอบสมรรถภาพใหม่อีกครั้ง ซึ่งล่าสุด ยืนยันแล้วว่า เป็นเพียงแนวคิด ไม่มีการเรียกมาทดสอบหรือยึดใบอนุญาตใด ๆ แต่ยอมรับ ในวันพรุ่งนี้ จะยังมีการหารือเรื่องนี้อยู่

ทัวร์ลงทันทีหลังกรมการขนส่งทางบกประกาศจะเรียกผู้ที่ถือครองใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีพ เข้ามาทดสอบสมรรถภาพใหม่ทั้งหมด หากไม่พร้อมขับขี่ จะยึดคืนใบอนุญาต ชาวเน็ตแห่มาแสดงความคิดเห็นค่อนข้างมาก ล่าสุด อธิบดีกรมการขนส่งทางบก บอกว่า ทุกคนใจเย็นก่อน ยังไม่ได้เรียก เป็นแค่แนวคิดเท่านั้น แต่จะมีการศึกษาวิธีการคัดกรองผู้ที่ร่างกายเสื่อมสมรรถภาพ หรือมีสภาวะโรคที่แพทย์วินิจฉัยแล้วเห็นว่ามีผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่อย่างปลอดภัย เช่น โรคทางสมอง โรคปัญหาการมองเห็นที่รักษาไม่หาย เป็นต้น ซึ่งจะมีการหารือกันในการประชุมวันพรุ่งนี้ (10 ส.ค.) และยังต้องหารือกับอีกหลายหน่วยงาน เช่น กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และแพทยสภา รวมถึงต้องพิจารณาข้อกฎหมายประกอบอย่างรอบคอบ

สำหรับการทำใบอนุญาตขับขี่แบบตลอดชีพ ยกเลิกไปตั้งแต่ปี 2546 มีจำนวนเท่าไหร่ ตรงนี้กรมการขนส่งทางบกไม่มีข้อมูลอยู่เลย เนื่องจากเป็นคนละฐานข้อมูลกับปัจจุบัน ดังนั้นการเรียกตัวผู้ที่ถือใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีพอยู่เข้ามารายงานตัวนั้น ส่วนหนึ่งก็เพื่อเก็บข้อมูลเข้าสู่ระบบเท่านั้นเอง

ขณะที่ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีนี้ว่า การเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีพ ด้วยเหตุผลอายุมากทำให้สภาพสังขารร่างกายเสื่อมลงนั้น ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้กระทำได้ ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ ระบุว่า หากจะเพิกถอนในอนุญาตขับขี่ คน ๆ นั้นจะต้องมีลักษณะต้องห้าม เช่น มีร่างกายพิการจนเห็นว่าไม่สามารถขับรถได้ มีโรคประจำตัวที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน เป็นผู้มีโรคติดต่อน่ารังเกียจตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ดังนั้น แม้คุณผู้ชมจะอายุ 70-80 ปี แต่ถ้าไม่มีลักษณะต้องห้าม ก็ยังสามารถขับรถได้ตามปกติ

ขณะเดียวกัน หลาย ๆ ประเทศในโลก มีกฎหมายดูแลการขับขี่รถของผู้สูงอายุชัดเจน เช่น ที่ฮ่องกง ผู้ที่อายุมากกว่า 70 ปี ต้องผ่านการทดสอบทางการแพทย์อย่างเข้มงวด หากจะยังคงรักษาสถานภาพใบอนุญาตขับขี่ ขณะที่ประเทศอินเดีย ผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป จะต้องผ่านการทดสอบทางการแพทย์อย่างเข้มงวดเช่นกัน