ห้องข่าวภาคเที่ยง

คอลัมน์หมายเลข 7 : ตามหาไอ้โม่งถมปิดกั้นแม่น้ำยมที่ จ.นครสวรรค์ ตอนที่ 5

หลังจากที่คอลัมน์หมายเลข 7 และ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่า สตง. ลงพื้นที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ วันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา บูรณาการร่วมกับ ป.ป.ท., กอ.รมน.จังหวัดนครสวรรค์ อำเภอชุมแสง และตำรวจ สภ.ชุมแสง ขยายผลจากข้อมูลของผู้หวังดีขอให้ช่วยตามหาไอ้โม่งที่ถมปิดกั้นแม่น้ำยม โดยตรวจพบการใช้ถุงบิ๊กแบ็คบรรจุทรายถมทำเป็นคันขวางปิดกั้นแม่น้ำยม พื้นที่หมู่ 4 และ 5 ตำบลเกยไชย ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ชาวบ้านเดือดร้อนขาดแคลนน้ำอุปโภคและน้ำเพื่อการเกษตร พื้นที่การเกษตรเสียหายนับพันไร่ โดยกรมเจ้าท่าแจ้งความดำเนินคดีแล้ว 21 กรกฎาคมที่ผ่านมาไม่ระบุตัวผู้กระทำผิด ขณะที่ตำรวจ สภ.ชุมแสง กำลังเร่งหาพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดกับผู้กระทำผิด

ขณะที่นายอำเภอชุมแสง ยอมรับว่าก่อนหน้านั้นผู้บริหาร อบต.ท่าไม้ทำหนังสือขอปิดกั้นแม่น้ำยม เพื่ออำนวยความสะดวกให้โครงการขุดลอกแม่น้ำยม ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ของ อบต. โดยกรมเจ้าท่าไม่อนุญาตให้ปิดกั้นแม่น้ำยม และตรวจพบหลักฐานมีไอ้โม่งลักลอบดูดทรายในแม่น้ำยม โดยนำไปฝากไว้กับชาวบ้านที่หมู่ 3 ตำบลท่าไม้ ซึ่งอยู่ติดกับตำบลเกยไชย มีทรายบางส่วนยังปะปนอยู่ในที่ดินทำกินของชาวบ้าน

ล่าสุด วันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา คอลัมน์หมายเลข 7 ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้หวังดี ว่ามีไอ้โม่งถมปิดกั้นแม่น้ำยมอีกจุดที่หมู่ 10 ตำบลท่าไม้ ห่างจากจุดแรก 25 กิโลเมตร ติดกับจังหวัดพิจิตร จึงลงพื้นที่ขยายผลตรวจสอบร่วมกับอดีตผู้ว่า สตง., ป.ป.ท., กอ.รมน.และปลัดอาวุโสอำเภอชุมแสง พบหลักฐานเป็นจริงตามข้อมูลของผู้หวังดี

โดยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ตำบลท่าไม้บอกว่า ได้รับข้อมูลจากหน่วยงานราชการจะมีโครงการขุดลอกแม่น้ำยม จากนั้นผู้บริหาร อบต.ท่าไม้ขอให้ช่วยชี้แนวเขตแม่น้ำยม ซึ่งอยู่คั่นกลางระหว่างจังหวัดนครสวรรค์และพิจิตร

ปัญหานี้อำเภอชุมแสง จะประสานให้กรมเจ้าท่าแจ้งความดำเนินคดีเพิ่ม เชื่อว่าการทำคันถมปิดกั้นแม่น้ำยมทั้ง 2 จุดทำพร้อมกัน

คอลัมน์หมายเลข 7 ลงพื้นที่ครั้งที่ 2 ขยายผลตรวจสอบตามหาไอ้โม่งถมปิดกั้นแม่น้ำยมพบหลักฐานสำคัญบ่งชี้ ผู้นำท้องถิ่นบางคนอาจร่วมมือกับผู้รับเหมาบางราย เข้าทำงานก่อนที่จะได้รับว่าจ้างจากกรมเจ้าท่า ติดตามได้วันพรุ่งนี้


Facebook : รายการคอลัมน์หมายเลข 7