เช้านี้ที่หมอชิต

นักวิชาการเตือนสายบุญ ปล่อยปลาดุก ทำลายระบบนิเวศ

เช้านี้ที่หมอชิต - นักวิชาการเตือนสายบุญ ให้งดปล่อยปลาดุก เพราะสร้างผลกระทบทำลายระบบนิเวศอย่างหนัก

จากกรณีที่มีการแชร์คลิปวิดีโอการทำบุญที่เป็นที่นิยมของคนไทย คือปล่อยปลา ด้วยความเชื่อว่าเป็นการปล่อยเคราะห์ปล่อยโศก ใครปล่อยมากได้บุญมาก โดยเฉพาะการปล่อยปลาดุก ทำให้นักวิชาการแสดงความเป็นกังวล ถึงผลกระทบด้านระบบนิเวศที่ตามมา มองว่าอาจได้บาปมากกว่าได้บุญ

โดย ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศน้ำจืด ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยปลาดุกลงแม่น้ำว่า จากการคำนวณผลกระทบต่อระบบนิเวศ พบว่าการปล่อยปลาดุก 1 ตัน หรือประมาณ 3,000 ตัว สามารถกินสัตว์น้ำในท้องถิ่นได้ถึงประมาณ 1.8 ล้านตัวต่อปี 

เพราะปลาดุกที่นิยมเลี้ยงเพื่อนำมาเป็นอาหาร ในประเทศไทยปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นลูกผสมที่เกิดจากปลาดุกยักษ์จากทวีปแอฟริกาและปลาดุกอุย ลูกปลาที่เกิดมาเป็นปลาลูกผสมที่ตัวใหญ่ ถือว่าเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่น เรียกชื่อทางการค้าว่าปลาดุกบิ๊กอุย นอกจากนี้ยังโตเร็ว และจะกินอาหารวันละ ร้อยละ 5 ของน้ำหนักตัว

ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ยืนยันเช่นเดียวกันว่าปลาดุกตามตลาดในปัจจุบัน เป็นปลาดุกเลี้ยง ซึ่งมีการผสมกันมานาน ทำให้ตัวใหญ่ หากปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติเยอะยิ่งเกิดปัญหา คือปลาดุกกินไม่เลือกจะว่ายกินดะ ฝูงปลาเล็กปลาน้อย ไม่ต่างจากซอมบี เป็นการทำลายระบบนิเวศ

แต่หากต้องการปล่อยสัตว์น้ำจริง ๆ  ต้องคำถึง  4 ข้อคือ 1.ปลาเล็ก 2.ปลากินพืช 3.ปล่อยครั้งละน้อย ๆ และ 4.เลือกปล่อยปลาท้องถิ่น หากทำได้ตามนี้ก็จะไม่มีปัญหาตามมา

ขอบคุณภาพจาก : Facebook ธรรมะรักษาใจ, Nonn Panitvong, Thon Thamrongnawasawat